ชื่อเรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬารักบี้ฟุตบอลผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning
ผู้วิจัย นายกฤตภาส แก่นดี
ปีการศึกษา 2568
วันที่เผยแพร่ 5 มีนาคม 2568
บทคัดย่อ
แบบรายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best
Practices) ประเภท ครูผู้สอน
หัวข้อ การจัดการเรียนรู้บูรณาการด้วยการเรียนรู้เชิงรุก Active
Learning
โรงเรียนบ้านบึงขวาง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๑
ชื่อผลงาน การพัฒนาสมรรถภาพทางกายโดยใช้กีฬารักบี้ฟุตบอลผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning
ผู้เสนอผลงาน นายกฤตภาส
แก่นดี
ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
โรงเรียน บ้านบึงขวาง
อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เครือข่ายศีขรภูมิ ๓ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต
๑
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ที่มาและความสำคัญของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
การจัดการเรียนการสอนกีฬาแบบ Active Learning
เป็นการนำแนวทางที่นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการเรียนรู้มาใช้
โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์และการทดลองปฏิบัติจริงในกิจกรรมทางกาย
ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะได้ดียิ่งขึ้น
และนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสำคัญในการใช้ Active
Learning ในการจัดการเรียนการสอนกีฬา 1)
การส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีความหมาย การเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติและการทดลองจริงช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและสามารถนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ต่าง
ๆ ได้ดีกว่าแค่การเรียนจากทฤษฎีหรือการฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว
การที่ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมและฝึกปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้น
2) การพัฒนาทักษะทางกายภาพ กีฬามักจะต้องการทักษะที่พัฒนาได้จากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
3) การส่งเสริมการทำงานเป็นทีมกิจกรรมกีฬาส่วนใหญ่ต้องการการทำงานร่วมกันเป็นทีม
การใช้ Active Learning ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการสื่อสาร
การร่วมมือ และการทำงานเป็นทีม 4) การกระตุ้นการคิดเชิงวิจารณ์ การเรียนการสอนกีฬาแบบ
Active Learning มักจะมีการตั้งคำถามหรือให้ผู้เรียนวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นในเกมหรือกิจกรรมกีฬา 5) การสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้การเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดความสนุกสนานและความท้าทาย
ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ดีในการเรียนรู้ 6) การพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ ในขณะที่ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา
การจัดการเรียนการสอนกีฬาแบบ Active Learning
มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะทางกายภาพ การคิดเชิงวิจารณ์
การทำงานเป็นทีม และการพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์
โดยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสนุกสนานไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้ง ทางครูผู้สอน ได้พบเห็นความสามารถของนักเรียนที่มีความสามารถทางด้านกีฬาที่ดี
กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับเครือข่าย จังหวัดและประเทศ และระดับองค์การมีความสามัคคีในหมู่คณะและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
ทั้งนี้ ทางโรงเรียนบ้านบึงขวางได้คัดเลือกกิจกรรมกีฬาฟุตบอลรักบี้ เพราะครูผู้สอนมีความเชี่ยวชาญและนักเรียนให้ความสนใจ
และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรักบี้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
ประจำปี 2567 ระดับภูมิภาคแห่งประเทศไทย
๒.
วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1 วัตถุประสงค์
2.1.1
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะกีฬารักบี้ที่ตนเองถนัด
2.1.2 เพื่อปลูกฝังค่านิยมในการเล่นกีฬา
การออกกำลังกายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง
2.1.3 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีทางเลือกในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
2.1.4
เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางด้านกีฬา
2.2 เป้าหมาย
2.2.1
เป้าหมายเชิงปริมาณ
- นักเรียนโรงเรียนบ้านบึงขวางชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 จำนวน 15 คน
ได้เรียนรู้การแข่งขันการเล่นกีฬาฟุตบอลรักบี้
ระยะเวลา
ตลอดปีการศึกษา
2.2.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ
- นักเรียนโรงเรียนบ้านบึงขวางมีทักษะการเล่นรักบี้ฟุตบอลที่ถูกต้อง
มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และเข้าร่วมการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงชนะเลิศภูมิภาคแห่งประเทศไทย
- นักเรียนเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักเรียนรุ่นต่อไป