ชื่อเรื่อง การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยการเปิดชั้นเรียน (Lesson Study) วิชาฟิสิกส์ เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย นายธัญญ์วริทธิ์ คำผง
ปีการศึกษา 2567
วันที่เผยแพร่ 12 มีนาคม 2568
บทคัดย่อ
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยการเปิดชั้นเรียน (Lesson Study) วิชาฟิสิกส์ เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
1. ความสำคัญของวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best Practice)
การจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ในปัจจุบันยังคงเผชิญกับปัญหาหลายประการ
เช่น นักเรียนขาดความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับแนวคิดทางฟิสิกส์
การเรียนการสอนที่เน้นการท่องจำมากกว่าการสร้างความเข้าใจผ่านการปฏิบัติจริง
และขาดการบูรณาการเทคนิคการสอนที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา นอกจากนี้
ครูบางส่วนยังขาดแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน
หนึ่งในหัวข้อที่มักพบปัญหาคือ
"การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว" ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับหลักการหักเหของแสง
นักเรียนมักสับสนเกี่ยวกับวิธีการทดลอง การวัดค่า
และการนำหลักการไปใช้ในสถานการณ์จริง
การจัดการเรียนรู้โดยการเปิดชั้นเรียน
Lesson
Study เป็นกระบวนการที่สำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกที่นักเรียนได้สังเกต
ทดลอง และสะท้อนคิดร่วมกัน เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านกระบวนการ PLC – LS
ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าใจแนวคิดทางฟิสิกส์เชิงลึก การเรียนรู้แบบนี้ช่วยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์
การแก้ปัญหา และการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน
โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างครูเพื่อพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการสอนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในชุมชนวิชาชีพครู และนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน
2.
วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1 วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว รายวิชาฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32203 เพิ่มขึ้น
2. เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ลงมือปฏิบัติได้จริง เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (การคิดขั้นสูง)
3. เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาฟิสิกส์
2.2 เป้าหมาย
เชิงปริมาณ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน
เชิงคุณภาพ
คือ
- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว รายวิชาฟิสิกส์ รหัสวิชา ว32203 สูงขึ้น
- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 70 มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้น สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ลงมือปฏิบัติได้จริง
- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ร้อยละ 80 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาฟิสิกส์มากขึ้น
3.
ขั้นตอนการดำเนินการวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best
Practice)
1.
การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้
-
วิเคราะห์หลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ของวิชาฟิสิกส์ เรื่อง การหักเหของแสง
- กำหนดเป้าหมายของการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับระดับผู้เรียนและแนวคิดทางฟิสิกส์
- ระบุสมรรถนะของผู้เรียนที่ต้องการพัฒนา
เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์
ใช้ความรู้
2.
การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน
- จัดตั้งทีมครูที่ประกอบด้วยครูฟิสิกส์และครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
- ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการสอนฟิสิกส์
- ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-based Learning) และการแก้ปัญหา (Problem-based Learning)
- กำหนดวิธีการวัดและประเมินผลที่สะท้อนถึงพัฒนาการของผู้เรียน
3.
การนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ในชั้นเรียน
- นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้จริงในชั้นเรียน
โดยมีครูในทีมร่วมสังเกตการณ์
- ใช้เทคนิคการสอนที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน เช่น การทดลอง การอภิปราย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมการเรียนรู้
- จัดทำบันทึกการสังเกตพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนระหว่างการเรียน
4.
การสะท้อนผลและปรับปรุงการสอน
- หลังจากการสอนเสร็จสิ้น
ทีมครูประชุมสะท้อนผล (Reflection) เพื่อวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนรู้
- พิจารณาจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงของแผนการจัดการเรียนรู้
- นำข้อเสนอแนะที่ได้ไปปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป
5.
การเผยแพร่และขยายผลแนวปฏิบัติที่ดี
- สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำรายงานผลการเปิดชั้นเรียน (Lesson Study) ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง การหาค่าดัชนีเหของแท่งแก้ว
- ส่งรายงานการเปิดชั้นเรียน (Lesson Study) เข้าสู่ระบบนิเทศ ของ สพม.สุรินทร์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับครูและศึกษานิเทศก์คนอื่น
- ส่งเสริมการพัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันในโรงเรียนและชุมชนวิชาชีพครูฟิสิกส์
6.
การพัฒนาต่อเนื่องและยั่งยืน
- สร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- ใช้ข้อมูลจากการประเมินผลเพื่อนำไปปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ในระยะยาว
- นำข้อมูลมาทำวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.
ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 ผลที่เกิดกับผู้เรียน
1. ร้อยละ 82.76 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน ที่เรียนในรายวิชาฟิสิกส์3 รหัสวิชา ว32203 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว เพิ่มขึ้น
2. ร้อยละ 75.86 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน ที่เรียนในรายวิชาฟิสิกส์3 รหัสวิชา ว32203
สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ ลงมือปฏิบัติได้จริง
เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (การคิดขั้นสูง)
ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3. ร้อยละ 86.21 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2567 จำนวน 58 คน ที่เรียนในรายวิชาฟิสิกส์3 รหัสวิชา ว32203
มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาฟิสิกส์เพิ่มขึ้น
4.2 ผลที่เกิดกับสถานศึกษา
1.
เป็นสถานศึกษาต้นแบบฝึกปฏิบัติการเรียนรู้ในสภาพจริงจาก
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา
2. โรงเรียนสนมวิทยาคารได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 การส่งเสริมครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
Active Learning ด้วยเทคนิคหรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ
PLC – LS การคัดเลือกนวัตกรรม/วิธิปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best
Practices) สพม.สุรินทร์ ประจำปีการศึกษา 2567
4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่
21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองจากกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา
สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
2. ครูผู้สอนพัฒนาตนเอง
ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการศึกษา และเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
(Active Learning) สำหรับครูผู้สอน ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจนำแนวทางไปประยุกต์และพัฒนาต่อยอด
5.
ปัจจัยความสำเร็จ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
Active
leaning ผ่านกระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
ร่วมกับการเปิดชั้นเรียน (LS ) รายวิชาฟิสิกส์3 รหัสวิชา ว32203 เรื่อง การหาค่าดัชนีหักเหของแท่งแก้ว ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการเตรียมสื่ออุปกรณ์การทดลองอย่างง่าย กิจกรรมการเรียนรู้ที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
นักเรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ใฝ่เรียนรู้ และให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้
ครูผู้สอนมีความรับผิดชอบและมีความตระหนักเห็นความสำคัญของทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่
21 มีประสิทธิภาพในการวัดประเมินผล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมประสบความสำเร็จ
ได้แก่
ผู้บริหาร
มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน เห็นความสำคัญ ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
สม่ำเสมอ โดยมีการกำหนดแนวทางและการกำกับ ติดตาม นิเทศ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
ครูผู้สอน
มีการส่งเสริมการเรียนรู้ แนะนำวิธีการที่ตรงตามความสามารถ มีความมุ่งมั่นและทำงานเป็นทีม
ผู้ปกครอง
ให้ความร่วมมือในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอยู่ในการปกครอง
ด้านการบริหารจัดการองค์กร
สถานศึกษามีการจัดการองค์กร โครงสร้างระบบการบริหารงานและการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบ
ครบวงจร มีการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน
มีการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
6.
บทเรียนที่ได้รับ
1. นักเรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ ได้ลงมือปฏิบัติจริง เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (การคิดขั้นสูง)
2.ครูผู้ผู้สอนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process : 5Es) การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning)
3.
แนวทางการพัฒนาเพิ่มเติม
เพื่อให้นวัตกรรมประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น คือ การที่ครูนั้นได้เพิ่มเติมกิจกรรมการเรียนรู้
หรือสื่อนวัตกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยคำนึงถึงความก้าวหน้าทางความรู้ของผู้เรียน
ผ่านความมุ่งมั่น มานะตั้งใจของครู โดยมีผู้บริหารคอยอำนวยการ และเพื่อนครูคอยสนับสนุนและส่งเสริมให้กำลังใจ
7.
การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
7.1 การเผยแพร่
1. เผยแพร่บทความทางวิชาการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้โครงการ OBEC Fair Share and Learn : จากผลงานสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “เรียนดี มีความสุข” ปีพุทธศักราช 2567
2. การคัดเลือกนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best Practices) ในหัวข้อ การส่งเสริมครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
Active
Learning ด้วยเทคนิคหรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC
– LS
จัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ประจำปีการศึกษา 2567
7.2 การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
1. ได้รับการยกย่องจากคุรุสภาในตำแหน่ง
Model Teacher โครงการการสร้างเครือข่ายพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพผ่านการพัฒนาบทเรียนร่วมกัน“ภายใต้กิจกรรมพัฒนาวิชาชีพแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional
Learning Community : PLC) ประจำปี 2567
2. ได้รับเกียรติบัตรผลงานจาก
สพฐ. ภายใต้โครงการ OBEC Fair Share and Learn : จากผลงานสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
“เรียนดี มีความสุข” ปีพุทธศักราช 2567
3. ได้รับเกียรติบัตรรางวัลสุดยอดครูระดับมัธยมศึกษา
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2567
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาฟิสิกส์
4. โรงเรียนสนมวิทยาคารได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 การส่งเสริมครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
Active Learning ด้วยเทคนิคหรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ
PLC – LS การคัดเลือกนวัตกรรม/วิธิปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best
Practices) สพม.สุรินทร์ ประจำปีการศึกษา 2567