ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย นายวรษา จักรพันธุวงค์
ปีการศึกษา 2567
วันที่เผยแพร่ 31 มีนาคม 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสภาพปัจจุบัน ความต้องการในการจัดการเรียนรู้ วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (พัฒนาประชาอุปถัมภ์) 2) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (พัฒนาประชาอุปถัมภ์) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 31 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บทเรียนออนไลน์ Genially จำนวน 20 เรื่อง 2) แอพพลิเคชัน Quizizz ใช้ในการวัดผลประเมินผล 3) แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาประวัติศาสตร์ 2 ส31104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 18 แผน 18 ชั่วโมง 4) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจำนวน 30 ข้อ และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยได้ดำเนินการสอนด้วยตนเอง ใช้เวลาทดลองสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า
1. ความต้องการในการจัดการเรียนรู้ วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (พัฒนาประชาอุปถัมภ์) พบว่า จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับนักเรียน สร้างความรู้ด้วยตนเอง ใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสม มุ่งสู่การส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสาร สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.77/81.62 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เท่ากับ 0.6288 หรือมีความก้าวหน้าในการเรียนคิดเป็นร้อยละ 62.88
4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการคิดเชิงมโนทัศน์ วิชาประวัติศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย = 4.18 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.771