Vichakan.net - เผยแพร่ผลงานวิชาการ

ชื่อเรื่อง พัฒนาทักษะการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (เคมี) เรื่อง พัฒนาการของแบบจำลองอะตอม ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

ผู้วิจัย ยุทธนา กันตะบุตร

ปีการศึกษา 2568

วันที่เผยแพร่ 16 มิถุนายน 2568

บทคัดย่อ

1. ความเป็นมาและความสำคัญ

ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญซึ่งเป็นแนวทางในการ จัดการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่ และสิ่งประดิษฐ์ใหม่โดยการใช้กระบวนการทางปัญญา (กระบวนการคิด) กระบวนการทางสังคม (กระบวนการกลุ่ม) และให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์และมีส่วนร่วมในการ เรียนรู ้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ โดยผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ให้กับ ผู้เรียน ซึ่งในการจัดการเรียนการสอนที ่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญต้องมีการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ ความสามารถและความถนัดเน้นการบูรณาการในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ใช้หลากหลายวิธีในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน หลากหลายแหล่งความรู้ โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน รวมไปถึงการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการการวัดผลประเมินผล ที่หลากหลาย จากสถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคมและเทคโนโลยี ระบบการศึกษาจึงต้องมีการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริงทั้งครูและผู้เรียนจำต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนเพื่อ มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ตามทักษะการเรียนรู้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง และแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ครูต้องเปลี่ยนจากการสอนแบบเดิมด้วยการ “พูด บอก เล่า” เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ชี้แนะวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน เพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีความหมาย

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ได้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสําคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และ มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดําเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์สวนสัตว์สวนสาธารณะ สวน พฤกษศาสตร์อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายด้านการพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตระหนักถึงความสําคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่นักเรียนและประชาชนเพื่อสร้างโอกาสความเท่าเทียมอย่างทั่วถึง โดยได้จัดทําระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (OBEC Content Center) ซึ่งเป็นแฟลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เป็นชุดโปรแกรมรวบรวมเนื้อหาใน 8 ประเภทเนื้อหา ได้แก่ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์แอปพลิเคชัน วีดีทัศน์เสียง ภาพ ข้อสอบ เทมเพลต และมัลติมีเดีย โดยเผยแพร่ให้กับนักเรียน ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษาและประชาชนผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าถึงการใช้งานเนื้อหาต่าง ๆ สําหรับการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มีหลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติสื่อสิ่งพิมพ์สื่อเทคโนโลยีและเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการและลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อการเรียนรู้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทําและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนํามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียงเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงตามหมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 64 (พนม พงษ์ไพบูลย์และคณะ. 2546 : 125-126) รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตํารา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีแรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และมาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โรงเรียนวิเศษไชยชาญ “ตันติวิทยาภูมิ” มีนักเรียนที่มีความหลายหลายขาดโอกาสในเข้าถึงเทคโนโลยีทําให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีมีน้อย ส่งผลให้ขาดทักษะการค้นหาและสืบหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ตที่มีอยู่มากมาย ดังนั้นผู้สอนจึงได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการใช้ระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center ผ่านเว็บไซต์ https://contentcenter.obec.go.th มาประกอบการจัดการเรียนการสอนแบบ GPASS 5 STEP ในวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวิเศษไชยชาญ “ตันติวิทยาภูมิ”

2. วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

    1. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ม.6 วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม

    2. เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนการเรียนรู้ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center)

  เป้าหมาย 
         เชิงปริมาณ

         1) นักเรียน ร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม ผ่านเกณฑ์การประเมิน

        2) นักเรียนร้อยละ 100 สามารถเข้าสืบค้นในคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) ที่ต้องการได้

     เชิงคุณภาพ

          นักเรียน มีส่วนร่วมการเรียนการสอนแบบ GPASS 5 STEP ในวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม

3. ขั้นตอนการดำเนินงาน

3.1 การออกแบบการจัดการเรียนรู้

                  1. ครูผู้สอนศึกษา คู่มือการใช้ระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

                  2. กําหนดจุดประสงค์ ผลการเรียนรู้และเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม ตามหลักสูตรแกนกลางและเรียนรู้เนื้อหาในเรื่องที่ต้องการฝึกฝนในด้านการเรียนรู้ผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center โดยให้เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิค GPASS 5 STEP

                  3. นําเนื้อหาที่ได้เรียนรู้นํามาสู่การฝึกปฏิบัติ (Active Teaching and Learning) สู่แผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง (อยู่ในภาคผนวกตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้) โดยเน้นให้เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบรูปแบบ GPASS 5 STEP

                   4. การนําสิ่งที่ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติในห้องเรียนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีระบบ (OBEC Content Center) มานําเสนอ และอภิปราย

                   5. สังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในชั่วโมงและภายหลังที่จัดการเรียนรู้พร้อมทั้งระบุปัญหา อุปสรรค นําผลที่ได้มาวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พบในการจัดการเรียนการสอน

สี่เหลี่ยมผืนผ้า: มุมมน: ผลลัพธ์ (Output)       ในการเรียนการสอนจำเป็นต้องมีกระบวนการวางแผนในการออกแบบการเรียนการสอน (instructional design) ข้าพเจ้าใช้วิธีระบบ (system approach) มาเป็นตัวกำหนดในการวางแผนในการจัดการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning)

         จากกระบวนการพัฒนานวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ใช้วิธี System Approach ประกอบด้วย ปัจจัย

นำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลลัพธ์ (Output) และ ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) และทุกขั้นตอนจะควบคุมโดยวงจรคุณภาพ PDCA

3.2 กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการใช้สื่อจากระบบ OBEC Content Center

     การดำเนินงานตามกิจกรรม (ตามวงจร PDCA)

        ขั้นเตรียมการ (Plan)

1) ผู้สอนศึกษาข้อมูลพื้นฐานหลักการแนวคิด และองค์ประกอบเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) ทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จากเอกสาร บทความ และงานวิจัย เพื่อนำข้อมูลมาเป็นแนวทางในการกำหนดโครงสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาผลงาน/นวัตกรรม และคู่มือการใช้ระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

2) ผู้สอนศึกษาเป้าหมายของการจัดการศึกษาหลักสูตรของโรงเรียนวิเศษไชยชาญ “ตันติวิทยาภูมิ” ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห์หลักสูตร ศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช  2560

3) ผู้สอนจัดทำโครงการสอน วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่อง พัฒนาการของแบบจำลองอะตอม หน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 โรงเรียนวิเศษไชยชาญ “ตันติวิทยาภูมิ”

4) ผู้สอนนำโครงการสอน การจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) และทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มาออกแบบกิจกรรมกําหนดเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม และเรียนรู้เนื้อหาในเรื่องที่ต้องการฝึกฝนในด้านการเรียนรู้ผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

3.3 ความสอดคล้องและ เชื่อมโยงของสื่อ เทคโนโลยีและแผนการ จัดการเรียนรู้  

     ขั้นดำเนินการ (DO)

1) ชี้แจงการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนตามแนวการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) และการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2(เคมี) เรื่อง พัฒนาการของแบบจำลองอะตอม

 2) ผู้สอนจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้เทคนิคการสอน GPASS 5 STEP โดยผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

       ขั้นตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนางาน (Check)

          1) ผู้เรียนมีความตื่นตัวในการเข้าร่วมกิจกรรม ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม มีการค้นคว้าข้อมูลจากหลายแหล่งเรียนรู้ และมีการปรับปรุงเป็นระยะ โดยมีผู้สอนทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนางาน

2) ผู้สอนตรวจสอบ และเสนอแนะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียน หลังจากที่เรียนเสร็จ

     ขั้นสรุปและรายงาน (Action)

 นำเสนอผลการเรียนของนักเรียนจากการจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) เทคนิคการสอน GPASS 5 STEP โดยผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

4. ผลการดำเนินงาน

4.1 ผลที่เกิดขึ้นบรรลุตามกิจกรรม

ผลที่เกิดกับนักเรียน

         นักเรียนมีทักษะการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและสามารถเรียนรู้ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) ได้ทุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นและ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (เคมี) เรื่อง พัฒนาการของแบบจำลองอะตอม เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 100

     ผลที่เกิดกับครู

          ครูมีคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนํามาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นผู้สร้างและพัฒนาสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) ในหลายๆเรื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

      ผลที่เกิดกับโรงเรียน

            โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) ที่เปรียบเสมือนห้องสมุดออนไลน์ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ทุกรายวิชา    

         4.2 ประโยชน์ที่ได้รับ

        1) ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและ สร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

        2) นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (เคมี) เรื่องพัฒนาการของแบบจำลองอะตอม ร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

        3) ครูผู้สอนพัฒนาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการศึกษา เปลี่ยนแปลงของสังคมและก้าวทันเทคโนโลยี

        4) ได้แนวทางการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) สำหรับครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจนำแนวทางไปประยุกต์และพัฒนาต่อยอด

5. บทเรียนที่ได้รับ

           1) ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เกิดทักษะการคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดแก้ปัญหา สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบจากการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

          2) ผู้เรียนทราบถึงทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้ หรือหาความจริง หรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือในทุก ๆ ศาสตร์ และเกิดจิตวิทยาศาสตร์แก่ผู้เรียน

          3) ผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกันจากการทำงานเป็นกลุ่ม มีการอภิปรายการสื่อสารระหว่างกัน การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนสามารถเขียนสรุปองค์ความรู้จากการเรียนได้ถูกต้อง ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center และสามารถนำความรู้จากสื่อมาใช้ในเรื่องอื่นๆที่ผู้เรียนสนใจได้เพิ่มเติม

           4) ข้อเสนอแนะในการใช้สื่อ นักเรียนยังไม่คุ้นชินกับการใช้งาน ครูผู้สอนควรชี้แนะการใช้งานและสร้างความเข้าใจการใช้งานระบบที่ถูกต้อง รวมทั้งเผยแพร่ให้กับครูผู้สอนในโรงเรียนให้ใช้เป็นสื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนให้มากขึ้น และควรมีการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) ให้สอดคล้องกับขอบข่ายการเรียนรู้ครอบคลุมทั้งระบบแบบครบวงจร

6. ปัจจัยความสำเร็จ

1) กระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด ทักษะการเรียนรู้ การแก้ปัญหา สามารถสืบเสาะหาความรู้และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

2) ผู้บริหารและคณะครูให้ความเห็นชอบและให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม มีวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมอย่างเพียงพอ

3) ครูผู้สอนปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีสอนจากกรสอนแบบ “พูด บอก เล่า” มาเป็นผู้ชี้แนะการเรียนรู้

(Learning Coaching) ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และปฏิบัติกิจกรรมในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนมากขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีความหมาย

          4) การประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมร่วมกันผ่านการเผยแพร่ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ทำให้องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าได้เผยแพร่ไปในวงกว้าง และช่วยให้ผู้สอนตระหนักถึงการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาร่วมพัฒนาท้องถิ่นของตนเองมากขึ้น สร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาต่อยอดต่อไปได้อย่างยั่งยืน

          การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ผ่านระบบคลังสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) ขอขอบคุณ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริม นิเทศ กํากับและติดตามจนทําให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ( Best Practice) ในครั้งนี้

7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

7.1 การเผยแพร่การใช้สื่อ/แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้สื่อจากระบบ OBEC Content Center/การได้รับการยอมรับ

 1) เผยแพร่ในการประชุมครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 2) เผยแพร่ผ่านสื่อเว็บไซต์  https://sites.google.com/site/yuttanakuntabootswlb/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99