Vichakan.net - เผยแพร่ผลงานวิชาการ

ชื่อเรื่อง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและจากโรคอุบัติใหม่ : ด้วยกิจกรรม “เรียนรู้และปฏิบัติ บูรณาการด้วยหลักปรัชญาฯ สถานศึกษาปลอดภัย”

ผู้วิจัย นางเสาวนีย์ ปาพันธ์

ปีการศึกษา 2567

วันที่เผยแพร่ 21 มิถุนายน 2568

บทคัดย่อ

) ความสำคัญของนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่ประสบผลสำเร็จ

                    1.1 หลักการและเหตุผล

                     จากนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายสำคัญในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและผู้เรียนมีความปลอดภัย  สามารถจบการศึกษาภาคบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกำแพงเพชรได้มีแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าว และได้มีการส่งเสริมสนับสนุนตลอดจนพัฒนาการจัดการศึกษาในจังหวัดกำแพงเพชร  ให้มีคุณภาพและปลอดภัยในชีวิตและจากโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้น ให้สถานศึกษามีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ในในปัจจุบัน  อีกทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1   ได้มีนโยบายให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ปฏิบัติตามนโยบายที่ ๓ จุดเน้นที่ ๕ ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร “การศึกษาปลอดภัยและมีคุณภาพ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ”  จุดเน้นที่ ๖ พัฒนาคุณภาพและทักษะวิชาการของนักเรียน จุดเน้นที่ ๗ เสริมสร้างนักเรียนให้เป็นคนดีของครอบครัวและ สังคมด้วยกิจกรรมบูรณาการที่หลากหลาย 

 

                     1.2 สภาพปัญหา

                     เพื่อเป็นการตอบรับตามนโยบายฯ ดังกล่าว   ทางผู้บริหารโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว จึงได้จัดประชุมคณะครู   และได้มีการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกิจกรรม PLC   ของคณะครูระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓   พบว่า นักเรียนมีการใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสารไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นเวลา และสุ่มเสี่ยงต่ออบายมุขต่าง ๆ เช่น เกมที่ใช้ความรุนแรง สื่อลามกอนาจาร และอาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรออนไลน์  ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน   อีกทั้งในรายวิชาต่าง ๆ ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้    ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓  ของครูแต่ละรายวิชานั้น  พบว่าไม่มีความแตกต่างกันมากนัก      โดยส่วนใหญ่คือไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในทางทฤษฎีหรือทางวิชาการได้อย่างเต็มที่  เนื่องด้วยปัจจัยดังที่ได้กล่าวมา ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่เป็นที่น่าพอใจ   อีกทั้งมีนักเรียนร้อยละ ๑๐   ไม่เข้าสู่ระบบการเรียนการสอนมีแนวโน้มออกกลางคัน  คณะครูจึงมีความเห็นร่วมกันว่า ควรจัดกิจกรรมเน้นการปฏิบัติจริงสามารถบูรณาการได้กับวิถีชีวิตในครอบครัว และท้องถิ่น อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะด้านคิดเป็น  ทำเป็น  แก้ปัญหาเป็น และสร้างแรงบันดาลใจ    เพื่อให้นักเรียนได้ปรับตัวและเรียนรู้ได้อย่างปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรออนไลน์  และรู้เท่าทันโรคอุบัติใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายในยุคปัจจุบัน  ถือเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของศึกษาธิการจังหวัดกำแพงเพชร และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต ๑   ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ด้วยหลักสูตรบูรณาการสาระการเรียนรู้วิถีชีวิตในครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น”

 

                     1.3 ความสำคัญและแนวคิดในการแก้ปัญหา

                     สภาพปัญหาดังกล่าว  ข้าพเจ้าได้นำแนวคิดมาปฏิบัติ  โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้และ จัดกิจกรรมเน้นการปฏิบัติจริง   สามารถบูรณาการได้กับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใน

ครอบครัว และท้องถิ่น อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะด้านคิดเป็น  ทำเป็น  แก้ปัญหาเป็น และสร้างแรงบันดาลใจ    เพื่อให้นักเรียนได้ปรับตัวและเรียนรู้ได้อย่างปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรทางสื่อออนไลน์ และรู้เท่าทันสามารถปฏิบัติตนให้เอาตัวรอดจากโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันได้    

) วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

    2.1 วัตถุประสงค์

          2.1.1 เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ทุกคน มีความมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น มีทักษะกระบวนการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และปฏิบัติงาน ที่บูรณาการกับวิถีชีวิตในครอบครัวและท้องถิ่น

          2.1.2 เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ทุกคน เกิดแรงบันดาลใจในการแสวงหาความรู้ มีความสุขกับการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้ที่มีในท้องถิ่น  รักการเป็นอยู่อย่างพอเพียง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

          2.1.3 เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ทุกคน ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระพ่อแม่  มีความอบอุ่นใจ ลดการใช้เครื่องมือสื่อสารในทางที่ผิด และมีความปลอดภัยจากอาชญากรรมทางสื่อออนไลน์  มีความรู้ปฏิบัติตนให้เท่าทันโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน

 

     2.2 เป้าหมายการดำเนินงาน

          2.2.1 เชิงปริมาณ

          นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทุกคน         

          2.2.2 เชิงคุณภาพ

          นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และปฏิบัติงาน ที่บูรณาการกับวิถีชีวิตในครอบครัวและท้องถิ่น  มีความสุขกับการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้ที่มีในท้องถิ่น  รักการเป็นอยู่อย่างพอเพียง    ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว มีความอบอุ่นใจ ลดการใช้เครื่องมือสื่อสารในทางที่ผิด และมีความปลอดภัยจากอาชญากรทางสื่อออนไลน์  มีความรู้และสามารถปฏิบัติตนให้เท่าทันโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน

 

๓) ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม  

     ขั้นที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

1.      ศึกษาปัญหาจากข้อมูลในการเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคน

2.      ศึกษาปัญหาจากการประชุมของผู้บริหารโรงเรียนและความคิดเห็นของคณะครู

3.      ศึกษาปัญหาด้วยตัวเอง จากการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ทางสื่อออนไลน์ ที่มีข่าว

อาชกรรมออนไลน์เกิดขึ้นทุกวัน

ขั้นที่ 2 พัฒนารูปแบบกิจกรรม

1.      ออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนได้ปฏิบัติอย่างหลากหลาย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยยืดหยุ่นได้ตามสภาพของเวลาและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ขั้นที่ 3 ปฏิบัติตามกิจกรรมและรูปแบบที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้

-          กิจกรรมช่วยพ่อแม่ทำงานหารายได้ให้ครอบครัว

-          กิจกรรมอนุรักษ์ภูมิปัญญารักษาวัฒนธรรมไทย

-          กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม

-          กิจกรรม “เก่งได้โดยไม่ใช้มือถือ”

ขั้นที่ 4 ประเมินผล

1.      นักเรียนมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและปลอดภัยจากโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ประเมินจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง ครูกับครู   ระหว่างครูกับผู้ปกครอง  ระหว่าง ครูกับนักเรียน

2.      ประเมินผลโดยการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน

๔) ผลสำเร็จของการดำเนินงาน   

          4.1.1  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร้อยละ 75 มีความมั่นใจในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น มีทักษะกระบวนการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และปฏิบัติงาน ที่บูรณาการกับวิถีชีวิตในครอบครัวและท้องถิ่น

          2.1.2  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร้อยละ 80 เกิดแรงบันดาลใจในการแสวงหาความรู้ มีความสุขกับการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและแหล่งเรียนรู้ที่มีในท้องถิ่น  รักการเป็นอยู่อย่างพอเพียง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

          2.1.3  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร้อยละ 90 ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระพ่อแม่  มีความอบอุ่นใจ ลดการใช้เครื่องมือสื่อสารในทางที่ผิด และมีความปลอดภัยจากอาชญากรรมทางสื่อออนไลน์  มีความรู้ปฏิบัติตนให้เท่าทันโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน