ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย ลัดดาวัณย์ ธิมา
ปีการศึกษา 2567
วันที่เผยแพร่ 23 มิถุนายน 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)
ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม
เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้
SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม
เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม
เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
4 โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่ง (อินมีอุปถัมภ์) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2567 จำนวน 24 คน ได้มาโดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นเอกสารประกอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้
ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จำนวน 16 แผน (2) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จำนวน 8 ชุด และ 2)
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย
(1)
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จำนวน 20
ข้อ (2) แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
จำนวน 15 ข้อ (3) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์
จำนวน 15 ข้อ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้
SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม
เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test
แบบ Dependent
ผลการวิจัยพบว่า
1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ
ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ เนื้อหา และการวัดและประเมินผล
ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรู้ มีชื่อเรียกว่า “SEARCH-D
Model” มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน
ได้แก่ ขั้นที่ 1 จุดประกายความสนใจ (S = Spark interest) ขั้นที่
2 ทบทวนความรู้เดิม (E =
Engagement) ขั้นที่ 3 สืบค้นความรู้ (A = Active &
Activity) ขั้นที่ 4 ลงมือปฏิบัติ (R = Really know) ขั้นที่ 5 สร้างความกระจ่าง (C = Clarification) ขั้นที่
6 สรุปความรู้ใหม่แบบองค์รวม (H = Holistic New knowledge) ขั้นที่
7 นำเสนอความรู้สู่สังคม (D = Development) 2) ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้
SEARCH-D Model ตามแนวทฤษฎี คอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับชุดกิจกรรม
เพื่อเสริมสร้างทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะการคิดวิเคราะห์
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด
(