ชื่อเรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีสอนกิจกรรมเป็นฐาน สำหรับนักเรียนระดับชั้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์ ปีการศึกษา 2567
ผู้วิจัย ฐิติภัทร ฝ่ายพงษา
ปีการศึกษา 2568
วันที่เผยแพร่ 23 มิถุนายน 2568
บทคัดย่อ
แนวทางการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
มุ่งพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนสำคัญ ที่สุด
เชื่อว่าคนทุกคนมีความสารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ยึดประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ
และเต็มศักยภาพคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการ ทางสมอง
เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้
และคุณธรรมมีกระบวนการเรียนรู้โดยจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อาศัยกระบวนการเรีนรู้ที่หลากลาย
จากประสบการณ์ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ใน
ศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อม
ที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆพร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศึกษาต่อในระดับที่ดีขึ้นและการเตรียมความพร้อมของกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต
ตลอดจนการยกระดับคุรภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาโลก ในปัจจุบันภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีผู้ใช้กันแทบทั่วโลก
เป็นภาษาสากลที่ใช้เป็น เครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ทั้งทางการศึกษา
การแสวงหาความรู้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ
ตลอดจนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาศักยภาพของ ผู้เรียน
เพราะการศึกษาเป็นรากฐาน ที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาและการพัฒนาประเทศในทุกๆด้าน คำศัพท์เป็นหน่วยพื้นฐานของภาษาที่สำคัญที่สุดสำหรับการสื่อสาร
เพราะคำศัพท์เป็นหน่วยกำเนิดความหมาย ความคิด ความรู้สึก
ความต้องการที่ผู้สื่อสารต้องการแสดงออกให้ผู้อื่นทราบ
ในการเรียนและการสอนภาษาต่างประเทศ โดยทั่วไปเริ่มต้นจากสอนคำศัพท์
แต่สาระหลักของการสอนมักเน้นที่การสอนการใช้ไวยากรณ์เป็นหลัก ในช่วงประมาณ
2 ทศวรรษที่ผ่านมา
วงการสอนภาษาต่างประเทศได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการเรียนการสอนคำศัพท์แพร่หลายมากขึ้น
ทำให้เกิดแนวโน้มว่าการสอนคำศัพท์มีความสำคัญเทียบเท่ากับการสอนไวยากรณ์
(Rajapark Journal Vol.13 No.31 October-December 2019) “ความรู้มีรากฐานมาจากจิตสำนึก”
เพราะคำศัพท์เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการสร้างความสามารถทางภาษาที่มีความสำคัญในการสื่อสารมาก
ดังที่ วิลคิน (Wilkins, 1972) กล่าวว่า
ถ้าไม่มีความรู้ไวยากรณ์จะทำให้สื่อความหมายได้น้อยมาก
แต่ถ้าไม่รู้คำศัพท์จะไม่สามารถสื่อความหมายได้เลย หมายความว่าการเรียนภาษาที่สองต้องมีความรู้ด้านคำศัพท์ที่เพียงพอ
เพื่อให้การสื่อสารสามารถเข้าใจได้ ถึงแม้จะมีความรู้ด้านไวยากรณ์ที่จำกัด
ในทางตรงข้ามกัน ถ้าผู้เรียนภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สองไม่มีความรู้ด้านคำศัพท์
จะไม่สามารถเข้าใจและสื่อสารได้เลย
การจัดการเรียนรู้แบบ Learning by
Doing นั้นใช้กิจกรรมการเรียนการสอนแบบเชิงรุก หรือ “กิจกรรม (Activity)”
เป็นหลัก โดยการ “ลงมือปฏิบัติจริง หรือ Doing” ในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถใช้เป็นกิจกรรมเดี่ยวในบางกิจกรรม
แต่ส่วนใหญ่นิยมกิจกรรมกลุ่มที่มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้แบบสังคมจำลอง
ทำให้นักเรียนในกลุ่มเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ
ส่วนครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในแต่ละกิจกรรม
กิจกรรมการเรียนรู้ที่นำมาใช้นี้ต้องมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้เนื้อหานั้น
ๆ มีจุดมุ่งหมาย สนุกสนาน และมีความน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้เรียนสนใจกิจกรรม
ไม่ซ้ำซากจนก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย ดังนั้นครูจึงเป็น “นักออกแบบกิจกรรม (Activity
Designer)” มืออาชีพ ที่สามารถ “มองเห็นภาพกิจกรรม” ได้ทันที
จากความสำคัญดังกล่าว
ภาษาอังกฤษจึงถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
โดยระดับประถมศึกษาให้นักเรียนได้เริ่มเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ
ส่วนระดับมัธยมศึกษาให้เลือกเรียนเพิ่มเติมได้อย่างเสรี
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ทั้งทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 :
210)
จากปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์ นักเรียนมีปัญหาในการจดจำคำศัพท์
จึงทำให้เขียนคำศัพท์ไม่ถูกต้องตามพจนานุกรม
นักเรียนส่วนใหญ่ไม่กล้าอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ มีปัญหาในการอ่านออกเสียง
การสะกดคำ การฟัง การอ่านและการเขียน การบอกความหมาย
และการนำคำศัพท์ภาษาอังกฤษไปใช้
สำหรับสภาพการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน
ในฐานะครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนานักเรียนให้อ่านออกเขียนได้ตามมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น
จึงได้วิเคราะห์สภาพการณ์ของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนบ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงศึกษาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการเรียนรู้คำศัพท์โดยใช้วิธีสอนกิจกรรมเป็นฐาน โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายประกอบการสอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์ ปีการศึกษา 2567 เพื่อสามารถพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชา ส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเรียนรู้คำศัพท์ ความคงทนในการจดจำคำศัพท์ และสามารถนำความรู้ทางการเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป
ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
https://drive.google.com/file/d/1O1Cn_qEcMbnXQx-GllTUChiEsuONwxfn/view?usp=drive_link