ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพปัญหาการและแนวทางการพัฒนา การปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต กรณีศึกษา เจ้าหน้าที่พัสดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ผู้วิจัย นภัทร รัตติกรพรสกุล
ปีการศึกษา 2565
วันที่เผยแพร่ 7 กรกฎาคม 2568
บทคัดย่อ
การศึกษาสภาพปัญหาการและแนวทางการพัฒนา การปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต
กรณีศึกษา เจ้าหน้าที่พัสดุ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต
ของเจ้าหน้าที่พัสดุ เสนอต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ซึ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง
จำนวน 47 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุที่ปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
กรุงเทพมหานคร และ สมุทรปราการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม (Questionnaires)
เป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ ประกอบด้วย ส่วนที่
1 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่
2 ศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต ของเจ้าหน้าที่พัสดุ
มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ประกอบด้วย 1) การเตรียมความพร้อม
2) การป้องกันและลดผลกระทบ 3) การจัดการในภาวะฉุกเฉิน
และ 4) การจัดการหลังเกิดภัย มาทำการวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา
ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
และทำการแปลความหมายโดยใช้การแปลผลตามหลักของ Likert’s Scale
ต่อมาผู้วิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่พัสดุคณะฯ/สำนัก
จำนวน 4 คน, เจ้าหน้าที่พัสดุที่ปฏิบัติงานที่สมุทรปราการ 2 คน
และเจ้าหน้าที่พัสดุกลาง 2 คน
เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการและความคาดหวังของเจ้าหน้าที่พัสดุ
รวมถึงข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาการปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในสภาวะวิกฤตสถานการณ์ โควิด-19 ภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการเตรียมความพร้อมและการป้องกันและลดผลกระทบ
มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3.67 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.72 ซึ่งอยู่ในระดับมาก รองลงมาคือ
การจัดการหลังเกิดภัย มีค่าเฉลี่ย 3.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
0.73 และการจัดการในภาวะฉุกเฉิน มีค่าเฉลี่ย 3.33 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.79
ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
มหาวิทยาลัยมีนโยบายด้านสวัสดิภาพและสุขอนามัยของบุคลากรในการปฏิบัติงาน โดยจัดหาวัคซีนสำหรับบุคลากรอย่างเพียงพอ
มีค่าเฉลียสูงสุด คือ 4.74ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.44 อยู่ในระดับมาก และ
มหาวิทยาลัยมีการจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงาน
ณ ที่พักอาศัย ได้ โดยให้เกิดผลกระทบกับการปฏิบัติงานตามแผนงานให้น้อยที่สุด
ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 2.77 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.94 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง โดยวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะต่อมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการปฏิบัติงานพัสดุในสภาวะวิกฤต
ดังนี้ 1)
มหาวิทยาลัยควรมีการจัดทำแผนการปฏิบัติงานในช่วงสภาวะวิกฤตหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นรูปธรรม
หรือจัดทำเป็นคู่มือให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2)
มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ สถานที่
และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในสภานการณ์ฉุกเฉินหรือในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์
3. ควรมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือมีการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่พัสดุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ
: การปฏิบัติงานพัสดุ, สภาวะวิกฤต, สภาพปัญหา, แนวทางการพัฒนา