Vichakan.net - เผยแพร่ผลงานวิชาการ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

ผู้วิจัย สโรชินี จันทพันธ์

ปีการศึกษา 2566

วันที่เผยแพร่ 10 กรกฎาคม 2568

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง              การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้

                        แบบร่วมมือเทคนิค CIRC  เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย

                        สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒

ผู้วิจัย                นางสโรชินี  จันทพันธ์

                        ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ  ครูชำนาญการพิเศษ 

ปีที่ทำการวิจัย  ภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๖๖

 

บทคัดย่อ

 

              ในการพัฒนาครั้งนี้มีความมุ่งหมายของการวิจัยเพื่อ ๑)  ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  ๒)  สร้างและพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค  CIRC เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  ๓)  ศึกษาผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น  ดังนี้  (๓.๑)  หาประสิทธิภาพของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  ๘๐/๘๐  (๓.๒)  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบที่พัฒนาขึ้น  (๓.)  เปรียบเทียบทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทยของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบที่พัฒนาขึ้น  (๓.๔)  ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบที่พัฒนาขึ้น  และ  ๔)  ประเมินความคิดเห็นของครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทยต่อการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น  การวิจัยแบ่งเป็น  ๔  ระยะ  ระยะที่  ๑ กลุ่มเป้าหมายคือ  ครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย  จำนวน  ๗  คน  และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  จนวน  ๑๒  คน  เครื่องมือที่ใช้  ได้แก่  แบบสัมภาษณ์ครูและนักเรียน  ระยะที่  ๒  กลุ่มผู้ให้ข้อมูล  ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน  ๗  คน  และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองใช้  (Try-Out)  คือ  นักเรียนชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  ได้แก่  ทดลองแบบเดี่ยว  จำนวน  ๓  คน  ทดลองแบบกลุ่มเล็ก  จำนวน  ๙  คน และ ทดลองภาคสนาม  จำนวน ๒๑ คน  (ซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจริง)  เครื่องมือที่ใช้ได้แก่  แบบประเมินรูปแบบ และเครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบ  ระยะที่  ๓  กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  จำนวน  ๑๖  คน ภาคเรียนที่  ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๖๖  โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  เครื่องมือที่ใช้ได้แก่  ๑แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  จำนวน ๑๕  แผน  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  มีค่าความยากง่าย  (p)  ตั้งแต่  .๓๑ - ๐.๗๔  และมีค่าอำนาจจำแนก  (B)  ตั้งแต่  .๒๕ - .๓  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ  ๐.๙๐  ๓แบบประเมินทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย มีค่า  IOC  ตั้งแต่  ๐.๘๐.๐๐  และ  แบบวัดความพึงพอใจ  มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)  ตั้งแต่ ๐.๘๐.๐๐  มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (rxy) ตั้งแต่  .๒๗ - .๘๐  มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๙๓  ระยะที่  ๔ กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่  ครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย ช่วงชั้นที่ ๑  โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  จำนวน  ๒๔  คน  เครื่องมือที่ใช้คือ  แบบประเมินความคิดเห็น  สถิติที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบ  t-test  (Dependent  Sample)

              ผลการวิจัยพบว่า

                   ๑. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน  พบว่า  ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน  โดยยึดตัวครูเป็นสำคัญ  ครูสอนแบบบรรยายมากกว่าการให้นักเรียนทำกิจกรรมกลุ่ม  ครูควรมีรูปแบบการสอนที่หลากหลาย  และมีการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ  นักเรียนต้องการฝึกปฏิบัติลงมือทำด้วยตนเอง  และอยากให้มีเพื่อนคอยช่วยเหลือ  นักเรียนมีปัญหาการอ่านสะกดคมีความยากในการจรูปพยัญชนะ  มีความยากในการแยกเสียง  มีความยากในการจำรูปสระ  และการอ่านสระ  การออกเสียงคำที่ไม่ชัด  จึงควรมีการจัดกิจกรรมทั้งเป็นรายบุคคล  เป็นคู่  และกลุ่ม  เพื่อนักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจนเกิดทักษะ  เกิดความชำนาญ  ทำให้มีประสิทธิภาพในการเรียนเพิ่มมากขึ้น

                   .  ผลการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค  CIRC  เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  (IKARA Model)  มีองค์ประกอบที่พัฒนาขึ้น    องค์ประกอบ คือ  ๑)  หลักการ  ๒)  วัตถุประสงค์ ๓)  กระบวนการจัดการเรียนรู้  ๔)  ระบบสังคม  )  หลักการตอบสนอง และ  ๖)  สิ่งสนับสนุน  และกระบวนการจัดการเรียนรู้มี  ๕  ขั้นตอน  คือ  ขั้นที่  ๑  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Introduction)  ขั้นที่  ๒  ขั้นจัดการเรียนรู้  (Knowledge Management)  ขั้นที่  ๓  ขั้นปฏิบัติการเรียนรู้ (Action of Learning : A)  ขั้นที่  ๔  ทบทวนและนำเสนอ  (Review and Presentation)  และ  ขั้นที่  ๕ ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้  (Application : A)  ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบจากผู้ทรงคุณวุฒิ  มีคุณภาพเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด  มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  ๔.๕๓

.  ผลการใช้รูปแบบผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยตามทฤษฎี

คอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค CIRC  เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒  (IKARA Model)  พบว่า  ๑)  ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น  มีประสิทธิภาพ  (E/E)  เท่ากับ  ๘๔.๗๕/๘๓.๕๔

ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  ๘๐/๘๐  ที่ตั้งไว้  ๒)  นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .๐๕  ๓)  นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น  มีทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .๐๕  ๔)  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น  โดยรวมอยู่ในระดับมาก

                   ๔.  ผลการประเมินความคิดเห็นของครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทยต่อการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค  CIRCเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๒ (IKARA Model)  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก