Vichakan.net - เผยแพร่ผลงานวิชาการ

ชื่อเรื่อง การจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย นางสาววรินญา ภู่ปราง

ปีการศึกษา 2568

วันที่เผยแพร่ 11 กรกฎาคม 2568

บทคัดย่อ

ความเป็นมาและสภาพของปัญหา

               กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับ การจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างอาชีพ อย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการพัฒนาทักษะของผู้เรียนให้สามารถประกอบอาชีพได้จริงในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ราชกิจจานุเบกษา,2567) นโยบายการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568-2569 โดยมุ่งมั่นสานต่อนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนเป็นที่ประจักษ์ ให้เน้นการสอนทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง มีรายได้ระหว่างเรียน เพื่อการสร้างรายได้จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

               การจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการงานอาชีพนั้นเน้นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และการมีทักษะในการออกแบบงาน การทำงานอย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้กระบวนการเทคโนโลยีและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสร้างสรรค์ผลงานและเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ เจตนารมณ์ที่ชัดเจนนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผู้เรียนให้มีทั้งทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปให้เด็กเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ เช่น การทำอาหาร การปลูกพืชผัก การแปรรูปผลิตภัณฑ์ บูรณาการร่วมกับกลุ่มสาระต่าง ๆ โดยผ่านโครงงานอาชีพ สามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหา สร้างคุณค่า และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน ให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง พัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับทักษะชีวิต และทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้เป็น “พลเมืองที่มีคุณภาพของโลกยุคใหม่”  มีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ โดยเน้นการเรียนรู้ที่บูรณาการและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง

               จากปัญหาดังกล่าวในการสอนรายวิชา การงานอาชีพ ที่เน้นการพัฒนาทักษะอาชีพนักเรียนอาจไม่กล้าแสดงออก กลัวผิดพลาด ทำงานช้า ไม่รู้ขั้นตอน นักเรียนขาดทักษะพื้นฐาน เช่นการวางแผน ไม่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ และทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

               จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นรู้แบบการวางแผนหรือการสอนโดยเน้นการมีส่วนร่วมของนักเรียนเป็นสำคัญ ซึ่งจะดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เกิดกระบวนการคิดได้เรียนรู้ทักษะอาชีพผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การลงมือปฏิบัติจริง การทำงานช่วยกันในกลุ่ม และช่วยสร้างความมั่นใจ และแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ได้ทุกเวลาที่เหมาะสม เป็นเทคนิคการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน ได้ลงมือปฏิบัติจริง และ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง สู่การพัฒนาเป็นทักษะอาชีพ ภายใต้การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง

(ทิศนา แขมมณี ,2545) โดยผ่านโครงงานอาชีพจึงทำให้นักเรียนเกิดทักษะอาชีพ และผู้เรียนมีความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานอย่างมีระบบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และสรรมถนะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

          1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา

               ด้วยเหตุผลและสภาพปัญหาดังกล่าว ครูผู้สอนจึงได้พิจารณานำแนวคิดในการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กระบวนการสอน CIPPA Model ตามที่ ทิศนา แขมมณี (2545) ได้อธิบายไว้ มักจะถูกนำไปใช้ผ่านกระบวนการ 5 ขั้นตอนที่มีโครงสร้างดังนี้

                    1 การสร้างความรู้ (C - Construction) นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการสร้างความรู้ของตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ เช่น การสืบค้นข้อมูลใหม่ การวิเคราะห์อย่างละเอียด การตีความความหมาย การสังเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย และการสรุปผลการค้นพบของตนเอง

                    2 การมีปฏิสัมพันธ์ (I - Interaction) องค์ประกอบนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีพลวัตระหว่างนักเรียนและระหว่างนักเรียนกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ และเรียนรู้จากมุมมองที่หลากหลาย

                    3 การมีส่วนร่วม (P - Physical Participation) นักเรียนได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นผ่านการมีส่วนร่วมทางกายภาพโดยตรงและกิจกรรมที่ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงการมีส่วนร่วมที่กว้างขวางและลึกซึ้ง ครอบคลุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับงาน

                    4 กระบวนการและผลผลิต (P - Process and Product) องค์ประกอบนี้เน้นย้ำว่าผู้เรียนควรเข้าใจไม่เพียงแต่ผลลัพธ์สุดท้ายหรือผลผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขั้นตอนที่เป็นระบบ วิธีการ และกระบวนการพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างผลลัพธ์นั้นด้วย หลักการคือประสิทธิภาพและคุณภาพของผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกระบวนการที่ใช้โดยตรง

                    5 การประยุกต์ใช้ (A - Application) องค์ประกอบสุดท้ายและสำคัญที่สุดเกี่ยวข้องกับการที่นักเรียนนำความรู้และทักษะที่เพิ่งได้รับไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงและสถานการณ์ที่หลากหลาย การฝึกปฏิบัตินี้ช่วยเสริมการเรียนรู้ พัฒนาความเชี่ยวชาญ และรับประกันการถ่ายทอดทักษะไปยังบริบทเชิงปฏิบัติ

               ทั้งนี้จากการสังเกตการณ์สอนในรายวิชาโดยที่ครูผู้สอนยังไม่มีรูปแบบวิธีสอนที่เหมาะสม และยังขาดความแปลกใหม่ให้กับนักเรียน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจบทเรียนมากขึ้นด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำ จึงได้นำการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมอาชีพโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning(ผ่านโครงงาน (Project-Based Learning : PBL) )ร่วมกับการออกแบบการสอนโดยใช้กระบวนการ CIPPA Model มาใช้ร่วมในการจัดการเรียนการสอน

 2. จุดประสงค์ และเป้าหมายของการดำเนินงาน

          2.1 วัตถุประสงค์

               1. เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการสอนแบบ CIPPA Model  

               2. เพื่อศึกษาความพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนโดยการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน

          2.2 เป้าหมาย

               เชิงปริมาณ

               1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ร้อยละ 60 เกิดทักษะอาชีพ ด้วยการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน

               2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 70 มีความพึงพอใจต่อการสอน ด้วยการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน

               เชิงคุณภาพ

               1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ ด้วยการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model อยู่ในระดับดี

               2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการสอน ด้วยการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model ในระดับดีมาก

สำหรับนักเรียน

          1. นักเรียนได้รับความรู้จาการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนาน โดยใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

          2. นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบภายในกลุ่ม เพื่อสร้างทักษะอาชีพ ทักษะชีวิตและทักษะทางสังคม

          3. นักเรียนสามารถใช้กระบวนการคิดได้อย่างหลากหลายโดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์

          4. นักเรียนฝึกทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

          5. ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่าผู้เรีนมีความพึงพอใจต่อการใช้การจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

          สำหรับครู

          1. ครูผู้สอนเกิดทักษะในการจัดการเรียนรู้ เข้าใจธรรมชาติของนักเรียนมากขึ้น นำผลความสำเร็จที่ได้จากการจัดการเรียนรู้โครงงานอาชีพ ผ่านกระบวนการสอนแบบ CIPPA Model เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน ไปเป็นแนวทาวประยุกต์ วางแผน ในการจัดการเรียนการสอนครั้งต่อ ๆ ไป สามารถถ่ายทอดผลความสำเร็จให้แก่เพื่อนครูผ่านการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC

          2. เป็นการกระตุ้นครูผู้สอนให้สนใจใฝ่รู้ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและนำสิ่งใหม่ๆมาใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

          3. เป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างองค์ความรู้ ทักษะกระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ ทักษะอาชีพและทักษะทางสังคมมากขึ้น