Vichakan.net - เผยแพร่ผลงานวิชาการ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์

ผู้วิจัย นายสมเกียรติ คุ้มนายอ

ปีการศึกษา 2566

วันที่เผยแพร่ 25 กรกฎาคม 2568

บทคัดย่อ

          การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ก่อนการพัฒนา 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ 3) เพื่อทดลองใช้และประเมินรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์  4) เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์  กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียน  วิธีการดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน  ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้และประเมินรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน และขั้นตอนที่ 4 การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์

          เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ประกอบด้วย แบบประเมินความต้องการจำเป็น (Need Assessment)  แบบประเมินการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning)  และแบบประเมินความพึงพอใจ   โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)

          ผลการวิจัย พบว่า

          1. ผลการศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ก่อนการพัฒนา พบว่า โดยภาพรวมของสภาพความต้องการจำเป็นการนิเทศภายในสถานศึกษาอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านความต้องการจำเป็นในลำดับที่ 1 แต่ละด้าน ดังนี้ 1) ด้านหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน        และผู้ปกครอง มีส่วนร่วมในการกำหนดการจัดการเรียนรู้ 2) ด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ได้แก่ การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning)  3) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active learning ได้แก่ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญจากการเรียนรู้ 4) ด้านการวัดและประเมินผล ได้แก่ ความรู้ด้านการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย 5) ด้านการสนับสนุนจากผู้บริหาร ได้แก่ ผู้บริหารจัดหาทรัพยากรในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) โดยทุกรายการถือเป็นความต้องการจำเป็นเร่งด่วน

          2. การสร้างและตรวจสอบรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความถูกต้อง อยู่ในระดับมาก  ความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมาก และความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก ประกอบด้วย 9 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอน  ที่ 1 ประชุมวางแผน (Planning) ขั้นตอนที่ 2 ให้ความรู้และความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) (Information) ขั้นตอนที่ 3 เขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) (Create) ขั้นตอนที่ 4 ร่วมกันตรวจสอบแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) (Check)  ขั้นตอนที่ 5 ทำการนิเทศและสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ (Supervision)  ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการนิเทศ (Analysis)  ขั้นตอนที่ 7 ประเมินผลการนิเทศภายใน (Evaluation)  ขั้นตอนที่ 8 สรุปและรายงานผล (Conclusion and Report)  ขั้นตอนที่ 9 นำผลที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไขการจัดการเรียนรู้ (Improving)

          3.  ผลทดลองใช้และประเมินรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ พบว่า โดยภาพรวมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) อยู่ในระดับมากที่สุด (x-bar = 4.81, S.D. = 0.38) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด (x-bar = 4.85, S.D. = 0.35)  รองลงมาคือ ด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ (x-bar = 4.82, S.D. = 0.36)  ด้านเป้าหมายการเรียนรู้  (x-bar = 4.81, S.D. = 0.40)  ด้านการใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ (x-bar = 4.78, S.D. = 0.42)  และด้านการวัดและประเมินผล (x-bar = 4.74 , S.D. = 0.42) ตามลำดับ  และผลการประเมินการใช้รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์   ปีการศึกษา 2566 พบว่า

            3.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6  โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ อยู่ในระดับ 3 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 52.13

            3.2 ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน อยู่ในระดับดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ 82.09

          3.3 ผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน พบว่า ความสามารถในการคิด  อยู่ในระดับผ่าน คิดเป็นร้อยละ 90.78  ความสามารถในการแก้ปัญหา อยู่ในระดับผ่าน คิดเป็นร้อยละ 89.84  ความสามารถ  ในการใช้เทคโนโลยี อยู่ในระดับผ่าน คิดเป็นร้อยละ 100 และความสามารถในการสื่อสาร อยู่ในระดับผ่าน   คิดเป็นร้อยละ 100

          4. ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของครูผู้สอน โรงเรียนพระเทพญาณวิศิษฎ์อุดมวิทย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ พบว่า ครู นักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวม  มีระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด