ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรารมย์
ผู้วิจัย นายวีระพันธ์ อินทรพันธุ์
ปีการศึกษา 2566
วันที่เผยแพร่ 16 พฤษภาคม 2567
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรารมย์ เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรารมย์
2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรารมย์ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรารมย์ 4) เพื่อประเมินผลรูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกันทรารมย์
วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ
ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบฯ ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบฯ
โดยใช้วงจรการปฏิบัติการ PAOR จำนวน 2 วงรอบ และระยะที่ 4 ประเมินผลรูปแบบฯ
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรอื่นๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เรียน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครซี่และมอร์แกน
และสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามสภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ
แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบสอบถามผู้ทรงคุณวุฒิฯ แบบประเมินกิจกรรมตามรูปแบบฯ
แบบบันทึกคะแนนสอบวัดผลสัมฤทธิ์ฯและแบบสอบถามความพึงพอใจ
วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้ สถิติพื้นฐานคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ จากการศึกษาเอกสาร พบว่า สถานศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
และมีผลการสอบระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) ไม่ผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด
และจากการสอบถามสภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ พบว่าในภาพรวม
มีสภาพการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านครู
มีสภาพการดำเนินงานมากที่สุด อยู่ในระดับปานกลาง รองลงมาคือ ด้านการวัดประเมินผล และด้านกิจกรรมการเรียนรู้แบบออนไลน์
ตามลำดับ
2.
รูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ
ประกอบด้วย6 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) การพัฒนาครู
2) การพัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนรู้แบบออนไลน์ 3) การพัฒนาผู้เรียน 4) การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ 5)
การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล และ6) กิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
โดยนำวงจรคุณภาพ (PDCA) มาใช้ในการบริหารการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ของสถานศึกษา
และผลการตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์
โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกองค์ประกอบ
3. การทดลองใช้รูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ
พบว่า ผลการประเมินกิจกรรมตามรูปแบบฯ ทั้ง 6 กิจกรรม
มีผลการประเมินในวงรอบที่ 1 อยู่ในระดับ มาก ผลการประเมินในวงรอบที่
2 อยู่ในระดับมากที่สุด และมีผลการประเมินมากกว่าวงรอบที่ 1 ทุกกิจกรรม
4. การประเมินผลรูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ
พบว่า 1) ผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 มีผู้เรียนสอบผ่านร้อยละ 82.56 ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นและผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด
2) ผลการทดสอบระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) ครั้งที่ 1 ปีการศึกษา 2566 มีคะแนนเฉลี่ยรวมทุกระดับ 49.03 คะแนน มีผลการทดสอบเพิ่มขึ้นและผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด 3) ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการบริหารการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบออนไลน์ฯ
พบว่าในภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายกิจกรรมพบว่า กิจกรรมการพัฒนาครู
มีความพึงพอใจมากที่สุด รองลงมากิจกรรมการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ และกิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ตามลำดับ และผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด