ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่ 21
ผู้วิจัย นายกิตติชัย กรวยทอง
ปีการศึกษา 2565
วันที่เผยแพร่ 24 กุมภาพันธ์ 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D)
มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการ 2)
เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการ
บริหารงานวิชาการ และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการ
มีวิธีดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1
การศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู
และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 76 คน
และการสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ จำนวน 6 คน
ของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ขั้นตอนที่ 2
การสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการ โดยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน
ขั้นตอนที่ 3
การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการกับกลุ่มตัวอย่าง คือ ครู จำนวน 63 คน
และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน
และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive
Sampling) โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย
ในปีการศึกษา 2566 รวมจำนวน 248 คน
และ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการ
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
และผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6
รวมจำนวน 324 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเป็นประโยชน์
ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้องของรูปแบบ และแบบสอบถามความพึงพอใจ
การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์โดยการหาความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21โดยรวมมีการปฏิบัติในระดับมาก
เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนการสอน มีการปฏิบัติระดับมากที่สุด
รองลงมา คือ ด้านการวัดและประเมินผล การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
และการใช้สื่อเทคโนโลยีและแหล่งการเรียนรู้ ตามลำดับ
2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21 พบว่า
มีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ
วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
กระบวนการดำเนินงาน แนวทางในการประเมิน และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยกระบวนการดำเนินงานของรูปแบบ
ประกอบด้วย การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผล
และการใช้สื่อเทคโนโลยีและแหล่งการเรียนรู้
ตามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิโดยภาพรวม
รูปแบบการบริหารงานวิชาการมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21 พบว่า
3.1
นักเรียนมีค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกระดับชั้นและทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้อยู่ในระดับดีเยี่ยม
ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) พบว่า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
3.2
นักเรียนมีสมรรถนะตามแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
3.3
ครูมีความสามารถในการปฏิบัติงานตามรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21 โดยรวม ทั้ง 4
ด้าน อยู่ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด
4.
ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21
พบว่า
4.1
ผลการประเมินความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม
และความถูกต้องของรูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21 อยู่ในระดับมากที่สุด
4.2
ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21 พบว่า ครู
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครอง
นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดทักษะการเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมและชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนแห่งศตวรรษที่
21 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด