ชื่อเรื่อง การจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ Project Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์
ผู้วิจัย ลลิตา สร้อยมาลัย
ปีการศึกษา 2568
วันที่เผยแพร่ 19 มิถุนายน 2568
บทคัดย่อ
ชื่อ (Best
Practice) การจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ
Project Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี
มีประโยชน์
ชื่อผู้จัดทำ (Best Practice) นางสาวลลิตา สร้อยมาลัย
สอดคล้องกับประเด็น/กลยุทธ์ พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษามุ่งพัฒนาสู่มืออาชีพและมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best
Practice) เกี่ยวกับ การจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ความสำคัญของนวัตกรรม/แนวปฏิบัติที่ดี
การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการเตรียมพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในอนาคต
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ กำลังพัฒนาทักษะต่างๆ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม
และสติปัญญา
โดยเฉพาะทักษะการคิดและการแก้ปัญหาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมจริง
การใช้ Project Approach ในการเรียนรู้ในระดับปฐมวัยเป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างทักษะเหล่านี้
โดยการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมในลักษณะของโครงการ ที่มุ่งเน้นการสืบค้นและการปฏิบัติจริง
ช่วยเสริมสร้างทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และการเกษตร การใช้ Project Approach
ในการเรียนรู้ได้รับการสนับสนุนจากหลักการทางการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง
ซึ่งตรงกับทฤษฎีการเรียนรู้ของ John
Dewey (1938) ซึ่งกล่าวว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีประสบการณ์จริงและสามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับกับชีวิตจริง
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนจากการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated
Learning) ที่ช่วยพัฒนาเด็กในหลายมิติ การเรียนรู้ผ่านการปลูกมะเขือเทศช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญ
เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำโครงการ
และการพัฒนาอารมณ์ความรู้สึก เช่น การอดทน รอคอย การเรียนรู้จากความผิดพลาด
การรับรู้ความสำเร็จและความล้มเหลว ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาทักษะในการดำเนินชีวิตในอนาคต
การเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจะช่วยให้เด็กได้มีโอกาสสัมผัสและศึกษาธรรมชาติ
พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษามุ่งพัฒนาสู่มืออาชีพ การปลูกและดูแลมะเขือเทศเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
เช่น การเติบโตของพืช การดูแลรักษาพืช การสังเกตสิ่งแวดล้อม
การใช้ประโยชน์จากมะเขือ รวมถึงการขายที่พัฒนาผู้เรียนไปสู่การประกอบอาชีพ
ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาความรู้ตนเองในอนาคต การศึกษาด้านการเกษตรช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในวงกว้างเกี่ยวกับการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ
การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการเข้าใจความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
Project Approach มุ่งเน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำกิจกรรมจริง
(Hands-on Learning) ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เด็กเข้าใจเนื้อหาหรือหัวข้อที่เรียนรู้ได้ดีขึ้น
ผ่านการสังเกตและการมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้
โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเรียนรู้ที่สนุกสนาน แต่ยังช่วยให้เด็กได้สัมผัสและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การรดน้ำ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ช่วยพัฒนาทักษะสังคมและการทำงานเป็นทีม
การทำงานในโครงการนี้เป็นการสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันในกลุ่ม
โดยในขั้นตอนต่างๆ เช่น การปลูก การดูแล การติดตามการเจริญเติบโตของมะเขือเทศ
เด็กจะได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การแบ่งงาน ความรับผิดชอบและการแก้ปัญหาร่วมกัน
ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับการเติบโตและพัฒนาในสังคม ช่วยพัฒนาความรับผิดชอบและการตัดสินใจ
การเรียนรู้ในโครงการนี้ช่วยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ถึงความรับผิดชอบ เช่น
การดูแลรักษาพืชที่ปลูกให้เจริญเติบโต
รวมถึงการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินโครงการ
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดของมะเขือเทศที่จะปลูก
หรือการตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาเด็กๆ
จะได้ฝึกฝนการคิดและการตัดสินใจที่เหมาะสมตามสถานการณ์ การเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในด้านอื่นๆโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเรียนรู้ในด้านการเกษตรเท่านั้น
แต่ยังสามารถเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ ได้ เช่น การคณิตศาสตร์
(การวัดการเจริญเติบโตของพืช การคำนวณพื้นที่ในการปลูก) ภาษา (การเขียนรายงาน
การเล่าเรื่องเกี่ยวกับมะเขือเทศ) และการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และสังคม
(การทำงานร่วมกันในทีม)
การใช้ Project Approach ในระดับปฐมวัยเรื่อง มะเขือเทศแสนดี
มีประโยชน์ มีความสำคัญมาก
เนื่องจากมันไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาเด็กในแง่ของความรู้เกี่ยวกับพืชและการเกษตรเท่านั้น
แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในสังคมและการเรียนรู้ในอนาคต
เช่น ทักษะการคิดเชิงระบบ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การนำแนวทางการเรียนรู้ผ่านโครงการแบบนี้มาช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเชื่อมโยงความรู้ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และสังคม
และสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประโยชน์
วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
1.
เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับมะเขือเทศในเชิงการเกษตรและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
2.
เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม
การแก้ปัญหาและการคิดเชิงระบบ
3.
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก
ครู ผู้ปกครองในการทำกิจกรรมร่วมกัน
กลุ่มเป้าหมาย
เชิงปริมาณ
เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาล 3 จำนวน 12 คน
เชิงคุณภาพ
เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับมะเขือเทศในเชิงการเกษตรและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน มีทักษะการทำงานเป็นทีม
การแก้ปัญหาและการคิดเชิงระบบและเกิดความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ครู
ผู้ปกครองในการทำกิจกรรมร่วมกัน
กระบวนการ/ขั้นตอนดำเนินการ
หลักการจัดประสบการณ์แบบ
Project
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์ โดยใช้รูปแบบ Project
Approach เป็นกระบวนการเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทักษะในศตวรรษที่ 21 นอกจากจะเป็นกระบวนการที่นำไปพัฒนาตนเองแล้วนำมาลงสู่เด็ก การจัดโครงงาน มะเขือเทศแสนดี
มีประโยชน์ ยังเป็นกระบวนการที่ให้เด็กสืบค้น เสาะหา สำรวจตรวจสอบ
และค้นคว้าด้วยวิธีการต่างๆ จนทำให้เด็กเกิดความเข้าใจ และเกิดการรับรู้ความรู้
นั้นอย่างมีความหมาย
จึงจะสามารถสร้างเป็นองค์ความรู้ของเด็กเองและเก็บข้อมูลไว้ในสมองได้ยาวนาน
สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
การเรียนรู้แบบ
Project
Approach
แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 การเริ่มต้นโครงการ
คุณครูร่วมกันอภิปรายหัวข้อกับเด็ก
ๆ เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่เด็กมี สิ่งที่เด็กรู้แล้ว และสิ่งที่เด็กอยากรู้ เด็ก ๆ
จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ และแสดงความเข้าใจแนวคิดที่เกี่ยวข้อง จากการสนทนาแลก เปลี่ยนความคิดเห็นกัน
คุณครูจะใช้คำถาม เพื่อกระตุ้นให้เด็กตอบคำถาม และพูดคุยสื่อสารเกี่ยวกับหัวเรื่องการเรียนรู้ของโครงการถึงผู้ปกครองผ่านช่องทาง
line,
facebook
เพื่อสนับสนุนให้ผู้ปกครองได้พูดคุยกับลูกเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ๆ
และแบ่งปันความรู้ให้กับเด็ก ๆ เพื่อเด็กจะได้นำความรู้ใหม่ ๆ
ที่ได้รับมาพูดคุยแลก เปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ในห้องต่อไป
ระยะที่ 2 การพัฒนาโครงการ
ขั้นตอนนี้จะเป็นการจัดโอกาสให้เด็ก
ๆ ได้ทำงานภาคสนามและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กสนใจเรียนรู้
โดยคุณครูจะเป็นผู้จัดหาทรัพยากรต่าง ๆ เช่น คลิปวิดีโอในยูทูป หนังสือ
เอกสารงานวิจัย พร้อมทั้งแนะนำวิธีการตรวจสอบที่หลากหลายให้กับเด็ก
เพื่อช่วยเด็กในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลด้วยวัตถุจริง
เปิดโอกาสให้เด็กแต่ละคนมีส่วนร่วมในการเป็นตัวแทนของสิ่งที่เค้ากำลังสืบค้น
และช่วยให้เด็กสามารถทำงานตามความ สามารถของตัวเองได้ เช่น
บางคนมีทักษะพื้นฐานด้านงานประดิษฐ์ การวาดภาพ การนำเสนอ และการเล่านิทาน โดยคุณครูช่วยสนับสนุนให้เด็กได้ทำงานตามความถนัดของแต่ละคนผ่านการอภิปรายในห้อง
เรียน ซึ่งหัวข้อของ Mind
Map ที่ออกแบบไว้ก่อนหน้า
จะให้ข้อมูลย่อเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการด้วย
ระยะที่ 3 การสรุปโครงการ
เด็กและคุณครูร่วมกันจัดนิทรรศการ
โดยให้เด็กแบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้อ Project Approach ให้เด็ก ๆ ช่วยกันอภิปรายถึงหลักฐานที่สืบค้น
เปรียบเทียบการตั้งสมมุติฐานว่าตรงกันหรือไม่
เล่าเรื่องโครงการของพวกเขาให้ผู้อื่นฟัง โดยเน้นจุดเด่นของโครงการ คุณครูและผู้ปกครองช่วยเด็ก
ๆ วางแผนการดำเนินการ พร้อมเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เด็ก ๆ ทำและค้นพบ
อย่างเต็มความสามารถ ความสนุกสนาน
ความกระตือรือร้นและความภูมิใจในตัวเด็กผ่านผลงานต่าง ๆ
ทั้งนี้ครูควรบันทึกความคิดและความสนใจของเด็กในระหว่างการทำโครงการ เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงทางความสนใจ
ความรู้ และความคิดของเด็ก ๆ
ว่าก่อนเริ่มโครงการและหลังจากสรุปโครงการมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
และเพื่อเป็นแนวทางในการหาหัวข้อของโครงการในครั้งต่อไป
คุณภาพขององค์ประกอบในนวัตกรรม
การจัดประสบการณ์แบบ
Project
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์ เพื่อส่งเสริม
และตระหนักให้เด็กเห็นความสำคัญของมะเขือเทศว่ามีประโยชน์อย่างไร
โดยครูจัดกิจกรรมให้เด็กได้มีโอกาส สำรวจและสังเกต ชนิด ลักษณะ วิธีการปลูก
การเก็บผลผลิต การใช้ประโยชน์จากมะเขือเทศ การรับประทานมะเขือเทศ และการนำมะเขือเทศไปขายเพื่อหารายได้เสริม
โดยจะให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง สำรวจ ทดลอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
และสามารถนำไปปรับใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้
นวัตกรรม
การจัดประสบการณ์แบบ
Project
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์ เพื่อส่งเสริมและจัดประสบการณ์แบบ
Project Approach โดยผ่านกระบวนการ 5P ของโรงเรียนห้วยทรายวิทยา
ดังนี้กระบวนการพัฒนา Best Practice ใช้หลักการ 5P
Plan การวางแผน
1.
ประชุมวางแผนเพื่อดำเนินการการจัดประสบการณ์ การจัดประสบการณ์แบบ Project
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์
เพื่อให้ครูจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับวัย
2.
แต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบกิจกรรมการจัดประสบการณ์แบบ Project
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์ เช่น
- จัดเตรียมหน่วยการเรียนรู้
- จัดทำแผนการจัดประสบการณ์
- จัดเตรียมสื่อและอุปกรณ์
- แบบประเมิน/แบบบันทึกหลังการสอน/แบบบันทึกการนิเทศ
3. นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินนำผลปรับปรุงและแก้ไข
Process กระบวนการทำงาน / ขั้นตอนตั้งแต่การทำงานจนสำเร็จ
1.
ครูจัดทำแผนการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach
2.
จัดเตรียมสื่อวัสดุ อุปกรณ์ให้สอดคล้องกับเรื่องที่เรียนรู้
3. จัดทำสื่อเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ
4.
ครูดำเนินการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach ตามขั้นตอน ดังนี้
- เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล 3
ร่วมกันเลือกเรื่องและลงคะแนนเรื่องที่อยากเรียนรู้
- เด็กร่วมกันเล่าประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับมะเขือเทศ
- เด็กร่วมกันตั้งคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องมะเขือเทศ
- เด็กร่วมกันค้นคว้าหาคำตอบ โดยใช้แบบสอบถามผู้ปกครอง และศึกษาค้นคว้าจาก
อินเตอร์เน็ต
- ครูและเด็กทำการสรุปและร่วมกันวางแผนจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่ความรู้ต่างๆที่ได้
เรียนรู้ให้ผู้อื่นได้รับทราบ
โดยผ่านช่องทาง
line, facebook, youtube และนำเสนอข้อมูล เมื่อจัดนิทรรศการเสร็จสิ้นเป็นอันว่าสิ้นสุดวิธีการเรียนรู้แบบโครงการอย่างสมบูรณ์
5. ผู้บริหาร ครูเข้านิเทศ สังเกต การจัดประสบการณ์แบบ Project
Approach ของครูปฐมวัย
6. ผู้บริหาร ครูจัดประชุมสรุปผลการนิเทศและการจัดประสบการณ์ วิเคราะห์ PMI
7.
ครูปฐมวัยนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ PMI มาปรับปรุงแก้ไขการนิเทศ
การจัดกิจกรรม เสริมประสบการณ์แบบ Project Approachในครั้งต่อไป
Product ผลผลิต ผลลัพธ์ /
คุณภาพ
1. เด็กและครูมีความสามารถในการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์แบบ Project
Approach
2. เด็กมีความกระตือรือร้นและสนใจจากกิจกรรมที่ครูจัด
3.
เด็กรู้จักตั้งคำถามในการหาเหตุผลเพื่อให้ได้คำตอบ
4. เด็กและครูมีการจัดประสบการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลตามขั้นตอนกระบวนแบบ Project
Approach
5.
เด็กสามารถนำความรู้ที่ได้เกี่ยวกับมะเขือเทศ ถ่ายทอดให้บุคคลอื่น
เช่น เพื่อน ผู้ปกครอง
6. ผู้ปกครองมีส่วนร่วม และได้รับความรู้เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์แบบ Project
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์
7. เด็กสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
Plus จุดเด่นของการดำเนินงานแต่ละงาน
1.
พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ให้ความร่วมมือในการสร้างชิ้นงานและให้ข้อมูลเกี่ยวกับมะเขือเทศกับเด็ก
2.
เด็กมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของมะเขือเทศมากขึ้น
3. เด็กแสดงความคิดเห็น สนทนาโต้ตอบเกี่ยวกับมะเขือเทศร่วมกับครูและเพื่อนๆ
4.
ครูมีความสามารถในการจัดประสบการณ์แบบ Project Approach
5. เด็กมีความสามารถในการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง จาการลงมือปฏิบัติ
Progress ความก้าวหน้าของการทำงาน
1.
เด็กมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Project
Approach และได้ค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง
2.
เด็กรู้จักการตั้งคำถามอย่างง่ายๆ สามารถหาคำตอบร่วมกันกับผู้อื่น
3.
เด็กปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอน โดยการสังเกต สืบค้น หาเหตุผล
ด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามวัย
กระบวนการตรวจสอบ
กลั่นกรอง
จากการจัดประสบการณ์แบบProject
Approach เรื่อง มะเขือเทศแสนดี มีประโยชน์ ได้มีการ ประเมิน นิเทศ
ติดตาม จากผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยทรายวิทยา และหัวหน้าวิชาการ
ครูผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์
ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ
ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ
1. เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับมะเขือเทศในเชิงการเกษตรและวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 2.
เด็กสามารถสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหาและการคิดเชิงระบบ 3.
เด็กสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ครู
ผู้ปกครองในการทำกิจกรรมร่วมกัน
องค์ความรู้ที่เกิดจากการนำ
(Best
Practice) ไปใช้
เด็กมีความสามารถในการแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจาการลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยวิธีการต่าง
ๆ จนทำให้เด็กเกิดความเข้าใจ
การรับรู้ความรู้นั้นอย่างมีความหมาย มีความกระตือรือร้นและสนุกสนาน
ปัจจัยความสำเร็จ
- ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมสื่อ วัสดุ
อุปกรณ์ ในการจัดประสบการณ์ แบบ Project Approach
- เด็กมีความสนใจในการจัดกิจกรรมแบบ Project
Approach
- เด็กมีความเข้าใจในกิจกรรมสามารถบอกชนิด ลักษณะ
วิธีการปลูกดูแลรักษา และประโยชน์สรรพคุณ ของมะเขือเทศ ตามความเหมาะสมตามวัย
- มีการนิเทศ ติดตาม โดยผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้าวิชาการ
ครูผู้เชี่ยวชาญในการจัดประสบการณ์
บทเรียนที่ได้รับ
(Lesson
Learned)
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจาการทำ Project Approach คือ สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กได้เกิดประสบการณ์ตรง เพราะเด็กได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ การค้นคว้าหาความรู้จากสิ่งที่สนใจและ ต้องการที่จะรู้ เกิดแรงบันดาลใจใฝ่เรียนรู้อยากหาคำตอบจากแ