ชื่อเรื่อง เรียนภาษาอังกฤษสองโลกด้วยรูปแบบ Hybrid Learning ผ่านระบบคลังสื่อ OBEC Content Center
ผู้วิจัย อวยพร จอมประเสริฐ
ปีการศึกษา 2568
วันที่เผยแพร่ 24 มิถุนายน 2568
บทคัดย่อ
ความเป็นมาและความสำคัญ
ในศตวรรษที่
21 การจัดการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการสื่อสารในระดับโลก
ภาษาอังกฤษถือเป็นทักษะจำเป็นที่ผู้เรียนไทยควรมีความสามารถในการสื่อสาร
ทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน
เพื่อสามารถดำรงชีวิตในโลกยุคดิจิทัลที่ไร้พรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Trilling
& Fadel, 2009) อย่างไรก็ตาม จากผลการประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย
โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน
โดยมีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลต่อคุณภาพของการเรียนรู้
ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ
OBEC Content Center เพื่อเป็นตัวช่วยนักเรียนและครูเรียนรู้อยู่ที่บ้านหรือในทุก
ๆ ที่ซึ่งคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ OBEC Content Center คือ
โปรแกรมสำหรับให้บริการเผยแพร่เนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์แก่นักเรียน ครู ศึกษานิเทศ
และบุคลากรทางการศึกษา สามารถใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารพกพาได้ทุกที่ทุกเวลา
และสื่อสังคมออนไลน์ทำให้การสื่อสารในปัจจุบัน มีการพัฒนาอย่าง รวดเร็ว
และพัฒนาการออกแบบสื่อต่าง ๆ ออกมาหลายรูปแบบ เช่น Infographic ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในโลกของ
Social Network มานำเสนอให้น่าสนใจ
และทันต่อเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565)
จากรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนบ้านห้วยไคร้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
พบว่านักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 3
มีผลการเรียนเฉลี่ยในรายวิชาภาษาอังกฤษต่ำกว่าระดับคะแนนเฉลี่ยที่สถานศึกษากำหนดไว้
ทั้งในภาคเรียนที่ 1 และ 2 ปีการศึกษา 2566 (รายงานการประเมินตนเอง SAR โรงเรียนบ้านห้วยไคร้,
2566) จากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากข้อจำกัดในด้านเวลาเรียนที่ไม่ต่อเนื่อง เช่น
คาบเรียนภาษาอังกฤษมักอยู่ในช่วงเวลาที่นักเรียนไม่พร้อมเรียน เช่น
ก่อนพักกลางวันหรือคาบสุดท้ายก่อนเลิกเรียน
อีกทั้งกิจกรรมภายในโรงเรียนจำนวนมากส่งผลให้เวลาในการจัดการเรียนรู้ไม่เพียงพอ
ทำให้นักเรียนขาดพื้นฐานทางไวยากรณ์ คำศัพท์ และขาดทักษะการใช้ภาษาในชีวิตจริง
นอกจากนี้ นักเรียนส่วนหนึ่งยังขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ เช่น
การค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล การเรียนออนไลน์
รวมถึงการใช้สื่อประกอบการเรียนที่ทันสมัย
ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาทักษะตนเองได้อย่างต่อเนื่อง อีกปัญหาที่พบได้บ่อย คือ
นักเรียนจำนวนหนึ่งมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ มองว่าเป็นวิชาที่ยาก
ทำให้เกิดความวิตกกังวลในการเรียน และไม่กล้าแสดงออกในชั้นเรียน
ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว
ครูจึงจำเป็นต้องหาแนวทางใหม่ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น
ทันสมัย และสอดคล้องกับลักษณะของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน
จากบริบทดังกล่าว
โรงเรียนบ้านห้วยไคร้จึงได้พัฒนานวัตกรรม “เรียนภาษาอังกฤษสองโลกด้วยรูปแบบ Hybrid
Learning ผ่านระบบคลังสื่อ OBEC Content Center” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนให้มีความสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่
21 และสนองตอบนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ที่ส่งเสริมให้โรงเรียนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ โดยเฉพาะระบบคลังสื่อ OBEC
Content Center ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
และสามารถเข้าถึงได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
วัตถุประสงค์
เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน
โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ Hybrid Learning ควบคู่กับสื่อดิจิทัลจาก
OBEC Content Center
เพื่อพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียน
เพื่อส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียน
เป้าหมาย
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1)
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร้อยละ 80
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 10
หลังสิ้นสุดการเรียนการสอนแบบ Hybrid Learning โดยใช้สื่อดิจิทัลจาก
OBEC Content Center
2)
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร้อยละ 80
สามารถใช้งานและเข้าถึงสื่อดิจิทัลในระบบ OBEC Content Center ได้สม่ำเสมอ
และสามารถใช้งานเครื่องมือดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3)
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ร้อยละ 80
มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ
เพิ่มขึ้นโดยวัดจากแบบสอบถามก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้
ซึ่งมีคะแนนความพึงพอใจในระดับดีมากขึ้นไป
เป้าหมายเชิงปริมาณ
1)
นักเรียนมีความเข้าใจเนื้อหาภาษาอังกฤษที่เรียนรู้จากสื่อใน OBEC Content
Center สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม และครูสามารถวัดผลพัฒนาการตามตัวชี้วัดหลักสูตรได้อย่างชัดเจน
2)
นักเรียนแสดงความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ
รวมถึงมีพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องผ่านสื่อดิจิทัล
3)
นักเรียนมีความมั่นใจ กล้าพูด
กล้าใช้ภาษาอังกฤษในกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
และครูสังเกตเห็นพัฒนาการในด้านเจตคติและพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น
ผลการดำเนินงาน
ผลที่เกิดขึ้นบรรลุตามกิจกรรม
การดำเนินงานตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรม
“ห้องเรียนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid Learning ผ่านระบบ OBEC Content Center” ในหัวข้อเรื่อง
Giving Directions ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนทั้งในด้านพัฒนาการของผู้เรียนและแนวทางการใช้สื่อเพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน
โดยสามารถสรุปผลที่เกิดขึ้นได้ดังนี้
1)
ผลการดำเนินงานสอดคล้องตามวัตถุประสงค์
จากการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในชั้นเรียนและผ่านระบบ OBEC Content
Center พบว่า
ผลการเรียนรู้ของนักเรียนมีความก้าวหน้าและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทั้ง 3
ข้อที่กำหนดไว้ ได้แก่ (1) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (2)
พัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และ (3)
ส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ หลักฐานที่แสดงถึงผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว
ได้แก่ คะแนนการทดสอบก่อนและหลังเรียนจาก ZipGrade ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ใบงานที่นักเรียนเขียนประโยคบอกทางได้ถูกต้อง
คลิปวิดีโอบทบาทสมมติการบอกทางที่นักเรียนจัดทำ
และแบบสอบถามสะท้อนเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษที่มีคะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก
(เฉลี่ย 4.3 จาก 5)
2)
ผลสัมฤทธิ์ของการแก้ปัญหา/พัฒนาผู้เรียนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ปัญหาที่พบในช่วงก่อนเริ่มโครงการ ได้แก่ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ
ขาดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ และขาดทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
แต่ภายหลังจากดำเนินนวัตกรรม นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน OBEC
Content Center ได้มากขึ้น มีความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษ
โดยเฉพาะในกิจกรรมบทบาทสมมติ
และสามารถเขียนประโยคบอกทางได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
ผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนแสดงถึงการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
3)
ร่องรอย หลักฐานที่แสดงถึงการแก้ปัญหา/พัฒนาผู้เรียนได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ร่องรอยและหลักฐานที่แสดงถึงพัฒนาการของผู้เรียนอย่างชัดเจน ได้แก่
-
ผลคะแนนจากแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน (Pre-test/Post-test) ผ่านแอป
ZipGrade ที่แสดงให้เห็นว่านักเรียนกว่า 80%
มีคะแนนเพิ่มขึ้น
-
ใบงานที่นักเรียนเขียนคำศัพท์และประโยคบอกทางได้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา
-
คลิปวิดีโอ Role-Playing การบอกทางในสถานการณ์จริงที่นักเรียนจัดทำเอง
และอัปโหลดผ่าน Google Classroom และ Youtube
-
แบบสอบถามวัดเจตคติที่แสดงว่าร้อยละ 85 ของนักเรียนมีความมั่นใจและรู้สึกสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น
-
ข้อมูลจากระบบ OBEC Content Center ที่แสดงจำนวนการเข้าชมเนื้อหาและการทำแบบฝึกหัดออนไลน์
4)
แนวทางในการใช้สื่อเพื่อพัฒนาผู้เรียนและปรับปรุงให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน
จากผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้น โรงเรียนและครูผู้สอนได้เห็นถึงความสำคัญของการใช้สื่อดิจิทัลคุณภาพสูงจาก
OBEC Content Center ในการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
จึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
-
บูรณาการสื่อจาก OBEC Content Center เข้าไปในแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาอื่น
ๆ และขยายผลสู่ระดับชั้นอื่นในโรงเรียน
-
พัฒนาความรู้และทักษะของครูในการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนรู้เชิงรุก
-
จัดระบบติดตามผลการใช้งาน OBEC Content Center ของนักเรียนแต่ละคนเพื่อให้ครูสามารถให้คำแนะนำและดูแลได้อย่างใกล้ชิด
-
สร้างชุมชนการเรียนรู้ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการใช้สื่อดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้
-
สนับสนุนให้นักเรียนเรียนรู้ต่อเนื่องนอกห้องเรียนโดยจัดกิจกรรม “การบ้านผ่าน OBEC”
อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ประโยชน์ที่ได้รับ
จากการดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ
Hybrid Learning ร่วมกับการใช้สื่อจากระบบ OBEC Content
Center ในการสอนภาษาอังกฤษเรื่อง Giving
Directions นักเรียน ครู
และโรงเรียนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนทั้งในด้านการพัฒนาทักษะ ความรู้ เจตคติ
รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการเรียนรู้ที่เป็นระบบ โดยสามารถสรุปประโยชน์ที่ได้รับในแต่ละด้านได้ดังนี้
1)
กระบวนการใช้สื่อ/นวัตกรรมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน
ผู้เรียนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนในด้านความรู้
ทักษะ และเจตคติ โดยเฉพาะในด้านทักษะภาษาอังกฤษ 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง พูด อ่าน
และเขียน จากเดิมที่ผู้เรียนส่วนใหญ่ขาดพื้นฐานคำศัพท์และไม่มั่นใจในการใช้ภาษา
การเรียนรู้ผ่านสื่อใน OBEC Content Center ทำให้นักเรียนได้ฝึกฟังเสียงเจ้าของภาษา
เห็นภาพประกอบ เข้าใจการใช้ประโยคบอกทาง
และนำไปใช้ในการสื่อสารจริงในกิจกรรมบทบาทสมมติในชั้นเรียน นอกจากนี้
นักเรียนยังได้พัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี เช่น การใช้งานเว็บไซต์ระบบ OBEC การส่งงานผ่าน
Google Classroom และการบันทึกวิดีโอด้วยตนเอง
ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้
2)
กระบวนการใช้สื่อ/นวัตกรรมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง (ครูผู้สอน)
สำหรับครูผู้สอน
การใช้นวัตกรรมดังกล่าวช่วยให้เกิดการพัฒนาตนเองในหลายด้าน เช่น
การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสาน
การใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ การพัฒนาแบบประเมินผลที่หลากหลาย
และการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเชิงระบบ ครูยังได้รับโอกาสในการใช้สื่อ OBEC
Content Center เป็นแหล่งเรียนรู้ประกอบบทเรียน
ทำให้การสอนมีคุณภาพมากขึ้น และสามารถตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียนได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การดำเนินนวัตกรรมยังส่งเสริมการทำงานเป็นทีม เช่น
การวางแผนร่วมกันกับเพื่อนครู การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใน PLC และการสะท้อนผลเพื่อนำไปปรับปรุงการสอนในอนาคต
3)
กระบวนการใช้สื่อ/นวัตกรรมก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน
โรงเรียนได้รับประโยชน์จากการนำนวัตกรรมไปใช้ในระดับห้องเรียน
โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเรียนการสอนตามนโยบาย Smart
Classroom และ Digital School ของกระทรวงศึกษาธิการ
การมีหลักฐานชัดเจนของการใช้สื่อดิจิทัลและผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นของผู้เรียน
ทำให้โรงเรียนมีต้นแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่สามารถเผยแพร่และต่อยอดในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
ๆ ได้ อีกทั้งยังสามารถใช้ผลลัพธ์จากนวัตกรรมนี้ในการสะท้อนคุณภาพของโรงเรียนในการประเมินจากต้นสังกัด
เช่น เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4)
แนวปฏิบัติสามารถนำไปเป็นต้นแบบและพัฒนาในบริบทอื่น ๆ
แนวทางการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อจาก
OBEC Content Center สามารถนำไปปรับใช้กับบทเรียนอื่น ๆ
ในวิชาภาษาอังกฤษ เช่น การแนะนำตนเอง การใช้ภาษาในห้องเรียน หรือการบรรยายสถานที่
อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับวิชาอื่น ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
หรือสังคมศึกษา โดยเน้นการใช้สื่อที่ตรงกับสาระการเรียนรู้ ร่วมกับแนวคิด Active
Learning และ Hybrid Learning ซึ่งเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนทั้งในเมืองและพื้นที่ห่างไกล
โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง
เพียงแค่มีการวางแผนการใช้สื่อและจัดกิจกรรมอย่างเป็นระบบ
ก็สามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างยั่งยืน