ชื่อเรื่อง รูปแบบการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย 3-6 ขวบ ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนอนุบาลหนองปลาปาก เทศบาลตำบลหนองปลาปาก อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
ผู้วิจัย พิภพ ชาวเหนือ
ปีการศึกษา 2567
วันที่เผยแพร่ 21 กรกฎาคม 2568
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพทักษะทางอารมณ์และสังคมของ เด็กปฐมวัย 3-6 ขวบ
ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนอนุบาลหนองปลาปาก
เทศบาลตำบลหนองปลาปาก อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย 2) พัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย 3-6
ขวบ ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนอนุบาลหนองปลาปาก เทศบาลตำบลหนองปลาปาก
อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย 3) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย
3-6 ขวบ ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่
21 โรงเรียนอนุบาลหนองปลาปาก เทศบาลตำบลหนองปลาปาก อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
ตามนโยบายของนายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาปากและตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560 ได้แก่ 1.การมีสุขภาพจิตดี 2.การมีคุณธรรมจริยธรรม 3.การปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และ 4.การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยใช้กระบวนการ PAOR ตามแนวคิดของ Kemmis และ
Mc Taggart ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 2 วงรอบ คือ ขั้นการวางแผน (Planning) ขั้นการลงมือปฏิบัติ (Action) ขั้นการสังเกตการณ์ (Observation) และขั้นการสะท้อนผล
(Reflection) โดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาครู การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
และการนิเทศภายใน มีกลุ่มผู้ร่วมวิจัย 6 คน ประกอบด้วย
ผู้วิจัย ครูผู้สอนประจำชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 โรงเรียนอนุบาลหนองปลาปาก
เทศบาลตำบลหนองปลาปาก อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคายกลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 31
คน ประกอบด้วย กลุ่มผู้ร่วมวิจัย 6 คน และตัวแทนเด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่
1-3 จำนวน 5 ห้องเรียน ๆ ละ 5 คน รวมเป็นจำนวน 25 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง จำนวน 2
ฉบับ แบบสังเกตการณ์การจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็ก
และแบบประเมินคุณลักษณะของเด็ก
การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation) วิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) แล้วนำเสนอโดยการบรรยาย
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. สภาพปัจจุบันและปัญหาก่อนดำเนินการพัฒนา
พบว่า ครูผู้สอนส่วนใหญ่ขาดความรู้
สภาพปัจจุบัน ปัญหาก่อนดำเนินการพัฒนาพบว่า
ครูผู้สอนยังขาดความรู้และทักษะในการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย
3-6 ขวบ ตามแนวทางการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในศตวรรษที่
21 ครูไม่ใช้สื่อในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
ทำให้เด็กเกิดไม่อยากเรียนไม่อยากเล่น ครูยังสอนแบบเดิม ๆ ที่ไม่ใช่การจัดประสบการณ์ การเรียนรู้แบบ Active
Learning และสอนโดยไม่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
ครูไม่ยึดหลักการสำคัญของการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย
อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา
ครูขาดทักษะการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการไม่สมวัย
ส่วนด้านเด็กพบว่าเด็กบางส่วนขาดทักษะทางอารมณ์และสังคม เด็กมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ
ที่ไม่ดีนัก เช่น ไม่กล้าพูด
ไม่กล้าเล่นกับเพื่อน ชอบเก็บตัว เด็กบางคนติดครูไม่ยอมออกห่าง เด็กบางคนชอบแกล้งเพื่อน
ไม่กล้าแสดงออก หวงสิ่งของ ปรับตัวเข้าสังคมได้ยาก ส่งผลทำให้พัฒนาการด้านต่าง ๆ
ของเด็กอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้
2.
การดำเนินการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย 3-6 ขวบ ตามแนว
ทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนอนุบาลหนองปลาปาก เทศบาลตำบลหนองปลาปาก
อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ผู้วิจัยดำเนินการพัฒนาโดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาครูเพื่อให้ความรู้และมีทักษะในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่ควบคู่กับการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย
3-6 ขวบ ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 และการนิเทศภายในอย่างต่อเนื่อง
ตลอดปีการศึกษา 2567 ตามกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ
(Action Research) จำนวน 2 วงรอบ
เพื่อให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ
และประเมินผลการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย 3-6 ขวบ
ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษ ที่ 21 ปรากฏผลดังต่อไปนี้
2.1 ครูมีความรู้ ประสบการณ์ใหม่ ๆ
และเกิดทักษะในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย
3-6 ขวบ ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษ ที่ 21 อยู่ในระดับดี
2.2 เด็กปฐมวัย 3-6 ขวบ มีทักษะทางอารมณ์และสังคม
ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษ ที่ 21 โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก
3. ผลที่เกิดจากการพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย
3-6 ขวบ
ตามแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยในศตวรรษที่
21 ในช่วงปีการศึกษา 2567
ทำให้ครูมีการปรับปรุงพัฒนาตนเองในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ส่งผลดีทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคมดีขึ้น