Vichakan.net - เผยแพร่ผลงานวิชาการ

ชื่อเรื่อง การพัฒนาระบบแนะแนว (coaching)การศึกษามุ่งสู่อาชีพ โรงเรียนโยธินบำรุง

ผู้วิจัย นายเถกิงศักดิ์ ชะนะทอง

ปีการศึกษา 2567

วันที่เผยแพร่ 22 กรกฎาคม 2568

บทคัดย่อ

บทสรุปผู้บริหาร

ชื่อผลงาน : การพัฒนาระบบแนะแนว (coaching)การศึกษามุ่งสู่อาชีพ โรงเรียนโยธินบำรุง          

ผู้รายงาน : นายเถกิงศักดิ์ ชะนะทอง                                                                         

ตำแหน่ง : รองผู้อำนวยการโรงเรียนโยธินบำรุง                                                            

สถานศึกษา : โรงเรียนโยธินบำรุง

สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช             

ปีที่ประเมิน : ประจำปี 2567

                                          บทสรุปผู้บริหาร                                                         


รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง การพัฒนาระบบแนะแนว (coaching)การศึกษามุ่งสู่อาชีพ โรงเรียนโยธินบำรุง สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช

มีวัตถุประสงค์


1. เพื่อพัฒนาระบบแนะแนว(
coaching)อย่างเป็นระบบ 


2. เพื่อพัฒนาการแนะแนวด้านการศึกษามุ่งสู่อาชีพตรงกับความถนัด         


3. เพื่อความพึงพอใจต่อการบริการแนะแนวโรงเรียนโยธินบำรุง


4. เพื่อยกระดับการบริการแนะแนวของโรงเรียนให้มีคุณภาพและยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้บริหาร และครูบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนโยธินบำรุง จำนวน 100 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 2,072 คน โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง สุ่มแบบง่าย(Simple Random Sampling)                                                 

ผลการรายงานพบว่า                                                                                            


1. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการพัฒนาระบบแนะแนว (coaching)การศึกษามุ่งสู่อาชีพ โรงเรียนโยธินบำรุง ของผู้บริหาร และครูบุคลากรทางการศึกษา พบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยภาพรวมผู้บริหาร และครูบุคลากรทางการศึกษา มีความเห็นว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด                   2. ผลการดำเนินการพัฒนาการแนะแนวด้านการศึกษามุ่งสู่อาชีพตรงกับความถนัด พบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ นักเรียน มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน สามารถวางแผนการเรียน การศึกษาต่อ และการเลือกอาชีพได้อย่างเหมาะสมโดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าศึกษาต่อร้อยละ  100  ได้ศึกษาต่อสายสามัญ 64.01 ที่ได้ศึกษาต่อสายอาชีพ 35.99 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ร้อยละ  100  ได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7 ห้องเรียนพิเศษมุ่งสู่แม่พิมพ์ จำนวน 29 คน ได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ  100  และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ห้องเรียนพิเศษมุ่งสู่ทหาร จำนวน 23 คน ได้ศึกษาต่อโรงเรียนทหาร จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ  56.52 และได้ศึกษาเฉพาะทางโรงเรียนทหาร คิดเป็นร้อยละ  7.56 ของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนทั้งหมด                                           


3. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการบริการแนะแนวโรงเรียนโยธินบำรุง พบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ในภาพรวมนักเรียน มีความเห็นว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลการประเมินในแต่ละด้าน เรื่องที่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก สูงสุด ได้แก่ ด้านการศึกษา เรื่องแนวทางในการเตรียมตัวสอบ รองลงมามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านอาชีพ ส่วนเรื่องที่มีความพึงพอใจต่ำสุด อยู่ในระดับ มาก ด้านส่วนตัวและสังคม กล่าวโดยสรุป ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการบริการแนะแนวโรงเรียนโยธินบำรุง นักเรียนมีความเห็นว่ามีความพึงพอใจต่อการบริการแนะแนวโรงเรียนโยธินบำรุง อยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์ การประเมินทุกเรื่อง                                        


4. ผลการยกระดับการบริการแนะแนวของโรงเรียนมีคุณภาพและยั่งยืน ซึ่งงานแนะแนวมีการยกระดับการบริการ และมีคุณภาพอย่างยั่งยืน สามารถเป็นต้นแบบแนวปฏิบัติที่ดีแก่สถานศึกษาอื่น ๆ จากการดำเนินงานตามกรอบแนวคิด C-PATH Y.B. พบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ มีประสิทธิภาพสูงในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาศักยภาพรายบุคคลของนักเรียน เนื่องจากมีการวางระบบที่เชื่อมโยงกระบวนการโค้ชชิ่งรายบุคคล (C) เข้ากับข้อมูลเชิงลึกด้านความสนใจและความถนัดของนักเรียน (P) สนับสนุนด้วยฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาต่อและอาชีพ (A) จัดกิจกรรมที่เน้นทักษะและความสามารถเฉพาะบุคคล (T) พร้อมทั้งมีระบบติดตามประเมินผลแบบองค์รวม (H) และสามารถบูรณาการกับกิจกรรมในบริบทของโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Y.B.) ทำให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ลดอัตราการออกกลางคันและการเปลี่ยนแผนการเรียน และเพิ่มความชัดเจนในการวางเป้าหมายชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและศักยภาพของนักเรียนเป็นรายบุคคล

ข้อเสนอแนะ                                                                                                       


1. พัฒนาระบบฐานข้อมูลนักเรียนให้เป็นดิจิทัลแบบออนไลน์ เพื่อให้ครูสามารถเข้าถึงและอัปเดตข้อมูลได้สะดวก

2. จัดอบรมพัฒนาศักยภาพครูด้านการโค้ชชิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทักษะการฟัง การตั้งคำถาม และการสะท้อนกลับ

3. ขยายความร่วมมือกับภาคีภายนอก เช่น มหาวิทยาลัย สถานประกอบการ หรือหน่วยงานแนะแนววิชาชีพ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักเรียน

4. พัฒนากลไกติดตามศิษย์เก่าเพื่อประเมินผลในระยะยาวเกี่ยวกับความสอดคล้องของการแนะแนวกับเส้นทางชีวิตจริง